
จอร์แดน
อียิปต์
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | ว่าง | |
|---|---|---|---|---|---|
| 22 ม.ค. 69 - 29 ม.ค. 69 | 88,550 บาท | 13,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | 0 | |
| 12 ก.พ. 69 - 19 ก.พ. 69 | 88,550 บาท | 13,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | 0 | |
| 19 มี.ค. 69 - 26 มี.ค. 69 | 85,850 บาท | 13,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | 0 | |
| 09 เม.ย. 69 - 16 เม.ย. 69 | 98,979 บาท | 13,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | 0 | |
| 30 เม.ย. 69 - 07 พ.ค. 69 | 89,979 บาท | 13,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | 0 | |
| 22 ต.ค. 69 - 29 ต.ค. 69 | 89,979 บาท | 13,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | 15 | จอง |
| 05 พ.ย. 69 - 12 พ.ย. 69 | 89,979 บาท | 13,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | 15 | จอง |
| 03 ธ.ค. 69 - 10 ธ.ค. 69 | 89,979 บาท | 13,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | 15 | จอง |
20.00 น. พร้อมกัน ณ เคาน์เตอร์เช็คอินสายการบิน Royal Jordanian อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศสนามบินสุวรรณภูมิโดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางทำผ่านขั้นตอนการตรวจคนออกนอกประเทศ
23.55 น. ออกเดินทางสู่กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน เที่ยวบินที่ RJ 183
06.00 น. ถึงท่าอากาศยาน QUEEN ALIA ประเทศจอร์แดน นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจหนังสือเดินทางและรับสัมภาระเรียบร้อย นำทุกท่านสู่ทะเลทรายวาดิรัม (Wadi Rum)มีอีกชื่อหนึ่งว่า “หุบเขาแห่งพระจันทร์” (The Valley of the Moon) วาดิรัมมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ว่ากันว่ามีมนุษย์อยู่อาศัยมาแล้วตั้งแต่ 8,000 ปีก่อนคริสตกาล (นับถึงตอนนี้ก็ราว 1 หมื่นปี) แม้ว่าจะมีสภาพแวดล้อมแห้งแล้ง หาสิ่งมีชีวิตอยู่ได้ยากก็ตาม ในทะเลทรายวาดิรัมมีภาพเขียนฝาหนังของมนุษย์ยุคโบราณหลายจุด แสดงให้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ของคนสมัยนั้นวาดิรัมเคยเป็นที่การอาศัยของมนุษย์หลายชาติชน หลายอารยธรรม หลายวัฒนธรรม ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทั้งพวกนาบีเทียน ที่มีหลักฐานเป็นภาพบนหินในรูปแบบของพวกนาบีเทียน วิจิตรกรรมฝาผนัง และสถานที่ประกอบพิธีกรรม เผ่าเบดูอินก็เช่นเดียวกัน มีหลักฐานว่าพวกเราอาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ ระหว่างเดินทางนำท่านชมเมืองอัคคาบา (Aqaba) เป็นเมืองชายฝั่งแห่งเดียวของประเทศจอร์แดน ตั้งอยู่ริมทะเลแดง มีชื่อเสียงด้านชายหาดที่สวยงาม อิสระให้ท่านเก็บภาพตามอัธยาศัย ถ่ายรูปวิวทะเลแดง เป็นสถานที่โมเสกใช้ไม้เท้าแหวกทะเลเพื่อนำชาวยิวหนีจากทหารอียิปต์ตามตำนานปรัมปราของชาวคริสต์ อิสระให้ท่านเก็บภาพตามอัธยาศัย
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น (ซีฟู้ดเมนู)
นำท่านขึ้นรถจี๊ปซาฟารีสู่ทะเลทรายวาดิรัม (Wadi Rum Desert) ที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นทะเลทรายสวยงามที่สุดของโลกแห่งหนี่ง ด้วยเม็ดทรายละเอียดสีส้มอมแดง ปรับเปลี่ยนไปตามแสงของดวงอาทิตย์ ในสงครามอาหรับ ระหว่างปี ค.ศ. 1916–1918 ทะเลทรายแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการรบของนายทหารชาวอังกฤษ ทีอี ลอว์เรนซ์ และเจ้าชายไฟซาล ผู้นำแห่งชาวอาหรับ ร่วมรบขับไล่กองทัพออตโตมัน ที่เข้ามารุกรานเพื่อ ครอบครองดินแดน และต่อมายังได้ถูกใช้เป็นสถานที่ ในการถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูด เรื่อง “LAWRENCE OF ARABIA”
ชมน้ำพุแห่งลอว์เรนซ์ สถานที่ในอดีตนายทหาร ทีอี ลอว์เรนซ์ ชาวอังกฤษใช้เป็นสถานที่พัก และคิดแผนการสู้รบกับกองทัพออตโตมัน นำท่านท่องทะเลทรายต่อไปยัง ภูเขาคาซารี (Khazali Canyon) ชมภาพเขียนแกะสลักก่อนประวัติศาสตร์ที่เป็นภาพแกะสลักของชาวนาบาเทียนที่ แสดงถึงเรื่องราวในชีวิตประจำวันต่าง ๆ และรูปภาพต่าง ๆ ผ่านชมเต็นท์ชาวเบดูอิน ที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายทะเลทรายแห่งนี้ในอดีตเป็นเส้นทางคาราวาน จากประเทศซาอุดิอารเบีย เดินทางไปยังประเทศซีเรียและปาเลสไตน์ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวนาบาเทียน ก่อนที่จะย้ายถิ่นฐานไปสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่เมืองเพตรา คืนนี้ให้ท่านสัมผัสประสบการณ์นอนแคมป์ Bubble Domeกลางทะเลทราย ให้ท่านได้ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าจนกระทั้งตกดิน นอนดูทะเลดาวนับล้านๆดวงในทะเลทรายแห่งนี้ อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ โดมกลางทะเลทราย แบบท้องถิ่นของชาวเบดูอิน
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Wadi Rum Desert : Luxury Wadi Rum Magic Bubble Dome 4* หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเพตรา (Petra) มหานครศิลาทรายสีชมพูที่แกะสลักขึ้นจากภูเขาทั้งลูก สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างทะเลเดดซี กับอ่าวอะกาบะ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายใต้อ้อมกอดของหุบเขาวาดี มูซา ที่สูงชันประดุจเป็นปราการอันยิ่งใหญ่ ถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำของผู้คนและสูญหายไปจากแผนที่นานนับพันปี จนกระทั้งในปี ค.ศ. 1812 เมื่อมีนักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์ โยฮันน์ ลุควิก บวร์กฮาร์ท เดินทางผ่านมาพบเห็นและออกมาเขียนหนังสือ เล่าขานถึงความสวยงามและความมหัศจรรย์ของนครแห่งนี้ เพตราแห่งนี้จึงเริ่มปรากฏแก่สายตาชาวโลกอีกครั้งและในปี ค.ศ.1985 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เพตราเป็นเมืองมรดกโลก โดยกล่าวอธิบายไว้ว่า "เป็นหนึ่งในสิ่งที่ล้ำค่ามากที่สุดของมรดกทางวัฒนธรรมแห่งมวลมนุษยชาติ" และยังได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย นำท่านเข้าชมของเมืองเพตรา ชมทัศนียภาพรอบข้างที่เป็นภูเขาทั้งสองฝั่งที่มีรูปร่างหน้าตาต่างกันออกไป จากนั้นเดินเท้าเข้าสู่เมืองบริเวณซอกเขาเรียกว่าซิค SIQ เป็นหุบเขาสูงกว่า 250 ฟุต ที่เกิดจากการแยกตัวของเปลือกโลกและการกัดเซาะของน้าเมื่อหลายล้านปีก่อนจนเกิดเป็นช่องทางเดินเล็ก ๆ ระหว่างหุบเขา ชมสีสันความสวยงามของหินสีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ และยังมีภาพศิลปะแกะสลักจากภูเขา อาทิ รูปปั้นแกะสลักต่าง ๆ เช่น รูปปั้นเทพเจ้าต่าง ๆ รูปกองคาราวานอูฐ, รูปชาวนาบาเทียน, ท่อส่งลำเลียงน้ำเข้าสู่เมือง ฯลฯ เข้าเขตหน้าผาสูงชั้นสองข้างทางสู่มหานครแห่งศิลาทรายสีชมพู ตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เอล-คาซเนท์ (Al-Khazneh) ที่นี่เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เรื่องอินเดียน่า โจนส์ ภาค 3 ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า และ หนังฟอร์มยักษ์อย่าง ทรานส์ฟอร์มเมอร์ ภาค 2 สถานที่แห่งนี้ถูกสันนิษฐานว่า สร้างในราวศตวรรษที่ 1-2 โดยผู้ปกครองเมืองในเวลานั้น มหาวิหารถูกแกะสลักจากภูเขาสีชมพูทั้งลูก อย่างกลมกลืนได้สัดส่วนและสวยงามน่าอัศจรรย์ เป็นอาคารสองชั้น ชมโรงละครโรมันโบราณ (Roman Theatre) ที่แกะสลักจากภูเขา โดยมีแนบราบของที่นั่งเท่ากันและมีความสมดุลได้อย่างน่าทึ่ง สันนิษฐานว่าเดิมทีสร้างโดยชาวนาบาเธียน ต่อมาในสมัยที่โรมันเข้ามาปกครองได้สร้างต่อเติม มีที่นั่ง 32 แถว สามารถบรรจุคนได้ประมาณ 3,000 คน อิสระให้ท่านเก็บภาพประทับใจ หมายเหตุ ท่านใดสนใจขี่ม้าหรือนั่งรถกอล์ฟ กรุณาติดต่อสอบถามราคาที่หัวหน้าทัวร์
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
เดินทางสู่ทะเลเดดซี (Dead Sea) ทะเลสาบเดดซีเป็นทะเลสาบน้ำเค็มขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใน ในระหว่างเขตแดนของจอร์แดนและอิสราเอลทะเลที่ถูกบันทึกลงในหนังสือกินเนสส์ว่า เป็นจุดที่ต่ำที่สุดในโลก ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 400 เมตร และมีความเค็มที่สุดในโลกมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของน้ำทะเลทั่วไป ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ในท้องทะเลแห่งนี้ และด้วยความหนาแน่นของน้ำในทะเลสาบเดดซีนี้เองที่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงสามารถลอยตัวอยู่ในทะเลสาบดังกล่าวได้ ทะเลสาบแห่งนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องการรักษาโรคและการบำรุงรักษาผิวพรรณน้ำในทะเลเดดซีเป็นแหล่งรวมของแร่ธาตุต่าง ๆ เพราะการที่ไม่มีพื้นที่เชื่อต่อกับแม่น้ำสายอื่นให้ไหลออกได้ทำให้แร่ธาตุต่าง ๆมารวมกันอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้เป็นจำนวนมากและทำให้หลายคนเชื่อกันว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดจากทะเลสาบเดดซี อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่สมบูรณ์และสามารถช่วยเรื่องสุขภาพได้ โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณ ทั้งโคลนจากเดดซี เกลือจากเดดซีที่มีความเค็มมากกว่าเกลือที่อื่นอิสระให้ทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย เดินเล่นริมหาดทะเลเดดซี ลงเล่นน้ำทะเล (การลงเล่นน้ำในทะเลนั้นมีวิธีขั้นตอนการลงเล่น และข้อควรระวังต่าง ๆ ควรฟังคำแนะนำจากมัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์) **กรุณาเตรียมเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเพื่อลงเล่นน้ำ **
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Dead Sea : Grand East Dead Sea Hotel 4* หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำทุกท่านเดินทางสู่เมืองอัมมาน (Amman) เมืองหลวงของประเทศจอร์แดน เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันซับซ้อนสะท้อนให้เห็นในความหลากหลายของประชากรและสถาปัตยกรรมหลากรูปแบบโบสถ์และมัสยิดต่างๆ เข้าชมโรงละครโรมัน อายุกว่า 2,000 ปี ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของนครอัมมาน แต่ปัจจุบันก็ยังทำให้ผู้ที่พบเห็นได้ทึ่งกับการวางแผนทางด้านงานวิศวกรรมของโรมัน อันชาญฉลาดและมีดีไซน์ที่น่าจดจำ โรงละครโรมันแห่งนี้เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ สวยงามมากที่สุดในอัมมาน โรงละคร มีความลาดเอียงลึกลงไป เอื้อให้เสียงที่ได้ยินรอบตัวนั้นมีคุณภาพเยี่ยม การออกแบบสุดสร้างสรรค์นี้สามารถบรรจุคนได้ประมาณ 6,000 คน สันนิษฐานว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 161-180 สมัยการปกครองของ แอนโทนิอุส ปิซุส (Antoninus Pius) เข้าชมป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน (Amman Citadel) บนยอดเขาสูงสุดในกรุงอัมมาน ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดสังเกตเหตุบ้านการเมืองต่าง ๆ รอบเมือง แม้จะเหลือเพียงซากปรักหักพังแต่ยังสวยงามและมีอายุย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยยุคหิน เผยให้เห็นอิทธิพลด้านสถาปัตยกรรมที่มาจากยุคเหล็ก รวมถึงยุคโรมัน ยุคไบแซนไทน์และยุคอุมัยยะฮ์
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่สนามบินอัมมาน
18.10 น. เหินฟ้าสู่กรุงไคโร โดยสายการบิน Royal Jordanian เที่ยวบินที่ RJ 505
18.50 น. ถึงสนามบินนานาชาติกรุงไคโร ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระในการเดินทางเรียบร้อยแล้ว
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Cairo : Saray Pyramids & Museum View Hotel 4*หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าชม Salah EL Din Citadel & Mohamed Ali Mosque ป้อมปราการแห่งไคโร หรือ ป้อมปราการแห่งศอลาฮุดดีน เป็นป้อมปราการสมัยอิสลามในยุคกลางในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ สร้างโดย Salah ad-Din (Saladin) และเป็นที่ตั้งของรัฐบาลในอียิปต์และเป็นที่พำนักของผู้ปกครองมาเกือบ 700 ปีตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ถึงศตวรรษที่ 19 สถานที่ตั้งบนแหลมของเนินเขา Mokattam ใกล้ใจกลางกรุงไคโรมีตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ที่มองเห็นเมืองและเหนือเส้นขอบฟ้า ในปี 2519 ได้รับการประกาศโดยยูเนสโกให้เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกไคโรแห่งประวัติศาสตร์ (อิสลาม) ชมมัสยิดใหญ่ของ Muhammad Ali Pasha หรือAlabaster Mosque เป็นมัสยิดที่ตั้งอยู่ใน Citadel of Cairo ในอียิปต์ สร้างโดย Muhammad Ali Pasha ระหว่างปี 1830 ถึง 1848 เป็นมัสยิดออตโตมัน ตั้งอยู่บนยอดของป้อมปราการ ซึ่งเป็นมัสยิดที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุดในไคโร
นำท่านเข้าชม Manial Palace พิพิธภัณฑ์พระราชวังของเจ้าชายมูฮัมหมัดอาลีเป็นพระราชวังในสมัยราชวงศ์อลาวียาตั้งอยู่บนเกาะ Rhoda บนแม่น้ำไนล์ ปัจจุบันเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่สวยงามและสำคัญที่สุดในอียิปต์ โดดเด่นด้วยการออกแบบทางสถาปัตยกรรมสไตล์อิสลามสมัยใหม่ผสมผสานกับเปอร์เซียและมัมลุก นอกจากนี้ยังออกแบบตกแต่งลวดลายด้วยของซีเรีย โมร็อกโก และอันดาลูเซีย รวมถึงออตโตมัน อาคารจึงมีกลมกลืนระหว่างประเพณีสถาปัตยกรรมอิสลามอย่างงดงามและลงตัว ด้านนอกแยกเป็นอาคารส่วนต้อนรับ หอนาฬิกา ซาบิล มัสยิด พิพิธภัณฑ์ล่าสัตว์ ห้องนั่งเล่น โถงบัลลังก์ พิพิธภัณฑ์ส่วนตัว และ ห้องโถงสีทอง ที่รายล้อมความร่มรื่นของสวนสไตล์เปอร์เซียและสวนสไตล์อังกฤษสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของเจ้าชายและรัชทายาทแห่งอียิปต์ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย
นำท่านเข้าชมThe Egyptian Museum พิพิธภัณฑ์อียิปต์เป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่เก่าแก่ที่สุดในตะวันออกกลาง และเป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุฟาโรห์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกถึง 120,000 ชิ้น ก่อตั้งขึ้นโดย ออกุสต์ มาริเอตต์ นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของอียิปต์ ที่เก็บสะสมสมบัติของฟาโรห์ ศิลปวัตถุ และโบราณวัตถุต่าง ๆ ที่ปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์ เปิดโอกาสให้เข้าชม และศึกษาตำนานบทหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Cairo : Saray Pyramids & Museum View Hotel 4*หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองอเล็กซานเดรีย (Alexandria) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ซึ่งเป็นเมืองสำคัญในสมัยโรมันปกครองอียิปต์ เดิมทีเป็นหมู่บ้านประมงเล็กๆ ที่ชื่อว่าราคอนดาห์ เมื่อ 1,200 ปีก่อนคริสตกาล จนเมื่อ 332 ปี ก่อนคริสตกาลหรือประมาณ 2,300 กว่าปีก่อนพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชมาพบ จึงให้มีการปรับปรุงขยายเมืองเพื่อเป็นเมืองหลวงและตั้งชื่อให้คล้องจองกับชื่อของพระองค์ เมืองอเล็กซานเดรียนี้ยังเป็นสถานที่สำคัญในตำนานรักอันยิ่งใหญ่ของราชินีเลอโฉมชื่อก้องโลก พระนางคลีโอพัตรา และนายทหารโรมัน มาร์ค แอนโทนี และปัจจุบันเมืองนี้ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ เป็นเมืองพักผ่อนตากอากาศที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก นำท่านเข้าชมป้อมปราการซิทาเดล (Citadel of Qaitbay) เดิมเป็นป้อมปราการป้องกันสมัยศตวรรษที่ 15 สร้างขึ้นในปี 1477 ถึง 1479 โดย Sultan Al-Ashraf Sayf al-Din Qa'it Bay ป้อมปราการตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของปลายด้านเหนือของเกาะฟารอสที่ปากอ่าวตะวันออก ถือเป็นป้อมปราการป้องกันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น (ซีฟู้ดเมนู)
นำท่านเข้าชมAbu Al-Abbas Al-Mursi มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในอเล็กซานเดรียและสวยที่สุดในอียิปต์ และเป็นมัสยิดที่สำคัญและงดงามที่สุดในอเล็กซานเดรียด้วยการออกแบบสไตล์อาหรับอย่างสวยงาม ตกแต่งซุ้มสีครีม แนวเสาของซุ้มโค้งยาวทำจากหินแกรนิตและพื้นทำด้วยหินอ่อนที่สวยงาม ด้านบนเป็นโดมขนาดใหญ่สี่หลัง และหอคอยสูงสุเหร่า สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2318 เพื่อรำลึกถึงชีวิตชีคอันดาลูเซียซึ่งถูกฝังอยู่ในสถานที่นี้ เป็นหนึ่งในมัสยิดที่มีผู้เยี่ยมชมมากที่สุด นำท่านชมภายนอก ห้องสมุดอเล็กซานเดรีย (Library of Alexandria) อยู่ทางเหนือสุดของอียิปต์ เป็นเมืองเก่าที่ติดอยู่กับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเคย ปกครองโดยชาวเมืองอียิปต์ดั้งเดิมแล้วก็ตกเป็นของกรีก โรมันจนมาถึงการเข้ามาของศาสนาอิสลามจาก อาณาจักรออโตมัน เมืองนี้เลยมีศิลปะของทางกรีก โรมัน ตุรกี ปนๆ กันอยู่อิสระให้ท่านเก็บภาพประทับใจ ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับไคโร จากนั้นนำท่านล่องเรือแม่น้ำไนล์ รับประทานอาหารค่ำ ชมการแสดงระบำหน้าท้อง
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Cairo : Saray Pyramids & Museum View Hotel 4*หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าชมความยิ่งใหญ่ของมหาพีระมิดกีซา หรือ The Great Pyramid of Giza อายุกว่า 5,000 ปี ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมศพของพระศพของกษัตริย์อียิปต์โบราณ หรือ ฟาโรห์ พีระมิดของฟาโรห์ในยุคราชวงศ์ที่ 4 ซึ่งประกอบไปด้วยพีระมิดของฟาโรห์คูฟู (Khufu) คาเฟร (Khafre) และเมนคาอูเร (Menkaure) ซึ่งพีระมิดที่ใหญ่ที่สุดก็คือของฟาโรห์คูฟู ซึ่งพระองค์เป็นผู้สร้างขึ้นเองเมื่อก่อนคริสตกาลประมาณ 25,800 ปี นับอายุจนถึงปัจจุบันก็กว่า 4,500 ปี ถือเป็นปิรามิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 20 ปีก่อสร้างด้วยหินปูนมากว่า 2.5 ล้านก้อน โดยแต่ละก้อนมีน้ำหนัก 2 ถึง 70 ตัน และกำลังแรงงานกว่าแสนคนตัดจากแท่งหินขนาดใหญ่มาก หินแต่ละก้อนวางชิดติดกันแบบแนบสนิทมาก แม้แต่กระดาษก็สอดไม่ผ่าน
นำท่านชมสฟิงซ์ ซึ่งแกะสลักจากเนินหินธรรมชาติมีส่วนหัวเป็นพระพักตร์ของฟาโรห์และลำตัวเป็นสิงโต สฟิงซ์ (Sphinx) ซึ่งแกะสลักด้วยหินก้อนใหญ่เป็นรูปสิงโตหมอบ แต่ศีรษะเป็นมนุษย์ส่วนใบหน้านี้เป็น ใบหน้าของพระเจ้าคีเฟรน ซึ่งได้รับการนับถือพระเจ้าแห่งพระอาทิตย์ สฟิงซ์นี้สูงถึง 18 เมตร ยาว 73 เมตร อิสระให้ท่านเก็บภาพ ประทับใจ **(กรณีท่านใดสนใจขี่อูฐกรุณาติดต่อที่หัวหน้าทัวร์)**
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งใหม่ (Grand Egyptian Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้จัดแสดงโบราณวัตถุกว่า 100,000 ชิ้น จากอารยธรรมอียิปต์โบราณกว่า 7,000 ปี ภายในพิพิธภัณฑ์มีห้องจัดแสดง 12 ห้อง แบ่งตามยุคสมัยต่างๆ รวมถึงห้องโถงใหญ่ที่มีรูปปั้นฟาโรห์รามเสสที่ 2 ชมโบราณวัตถุจากสุสานของฟาโรห์ตุตันคามุนทั้งหมด ซึ่งรวมถึงเครื่องประดับ, รูปปั้น, เฟอร์นิเจอร์, และหน้ากากมรณะอันโด่งดัง
นำท่านเข้าชมศูนย์กลางการทำ กระดาษปาปีรุส ซึ่งเป็นกระดาษชนิดแรกของโลกทำจาก ต้นกก (Papyrus) ใช้บันทึกข้อความสรรเสริญเทพเจ้าและเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในสมัยอียิปต์โบราณ นำท่านสู่ “ตลาดข่านเอลคาลีลี” ตลาดสำคัญทางการค้าขายของพื้นเมืองและแหล่งสินค้าที่ระลึกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงไคโร ท่านสามารถเลือกซื้อของพื้นเมืองสวยๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำหอมที่ทำด้วยมือ สินค้าต่างๆ เครื่องทองรูปพรรณและเพชรพลอยลวดลายแบบอาหรับ พรม และของที่ระลึกแบบพื้นเมือง ได้เวลาอันสมควรแก่เวลานำคณะเดินทางสู่สนามบินกรุงไคโร
ค่ำ อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
19.50 น. เดินทางสู่ท่าอากาศยาน QUEEN ALIA ประเทศจอร์แดน เที่ยวบินที่ RJ 506
22.20 น. ถึงท่าอากาศยาน QUEEN ALIA ประเทศจอร์แดน
03.15 น. เดินทางสู่กรุงเทพ ประเทศไทย โดยสายการบิน Royal Jordanian เที่ยวบินที่ RJ 182
15.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา