
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 30 พ.ค. 69 - 08 มิ.ย. 69 | 165,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 25 ก.ค. 69 - 03 ส.ค. 69 | 165,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 07 ส.ค. 69 - 16 ส.ค. 69 | 165,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 20 ก.ย. 69 - 29 ก.ย. 69 | 163,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 11 ต.ค. 69 - 20 ต.ค. 69 | 165,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 ต.ค. 69 - 28 ต.ค. 69 | 165,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
21.00 น. คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ สายการบิน Thai Airways (TG) โดยมีเจ้าหน้าที่มืออาชีพคอยให้การต้อนรับ และ อำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการเช็คอิน
00:40 น. นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินมิลาโนมัลเปนซา ประเทศอิตาลี โดย สายการบิน Thai Airways (TG) เที่ยวบินที่ TG940 เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
07.35 น. เดินทางถึง สนามบินมิลาโนมัลเปนซา ประเทศอิตาลี นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร และนำท่านขึ้นรถโค้ชเพื่อเดินทางสู่ เมืองเบลลินโซน่า (Bellinzona) เมืองหลวงของรัฐทีชีโน (Ticino) ทางตอนใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมแบบอิตาเลียนและป้อมปราการโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก นำท่านเดินทางสู่ ปราสาทเบลลินโซน่า (Castles of Bellinzona) กลุ่มป้อมปราการโบราณอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ซึ่งประกอบด้วยปราสาทหลัก 3 แห่ง ได้แก่ Castelgrande, Castello di Montebello และ Castello di Sasso Corbaro ปราสาทแต่ละแห่งตั้งอยู่บนเนินเขาโดยรอบตัวเมืองเบลลินโซนา และมีบทบาทสำคัญในยุคกลางในฐานะด่านป้องกันการรุกรานจากภายนอก ท่านจะได้ชมความงดงามของสถาปัตยกรรมสมัยโบราณ กำแพงหินขนาดใหญ่ หอคอยเฝ้ายาม และวิวทิวทัศน์ของเมืองเบลลินโซนาและเทือกเขาโดยรอบจากมุมสูง อันเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม และเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของภูมิภาคทิชีโน
จากนั้นนำท่านชมความงดงามของ ทะเลสาบลูกาโน่ (Lugano Lake) ทะเลสาบน้ำจืดที่ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี โอบล้อมด้วยภูเขาเขียวขจีและทิวทัศน์อันงดงามราวภาพวาด ถือเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมที่ผสมผสานความสงบของธรรมชาติเข้ากับเสน่ห์ของวัฒนธรรมแบบเมดิเตอร์เรเนียนได้อย่างลงตัว
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
เมนูพิเศษ!!! พิซซ่าไสต์อิตาเลียนและสปาเก็ตตี้หมึกดำ
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ ฟ๊อกซ์ทาวน์ เอ้าท์เลท (Fox Town Outlet) แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง ภายในศูนย์การค้าแบบเอาต์เล็ตขนาดใหญ่ ท่านสามารถเลือกช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่น เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ รองเท้า รวมถึงสินค้าหลากหลายประเภทจากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Gucci, Prada, Burberry, Armani, Nike, Adidas และอื่น ๆ อีกมากมาย อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้า ตามอัธยาศัย ท่ามกลางบรรยากาศที่สะดวกสบายและครบครัน
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองโคโม่ (Como) เมืองตากอากาศริมทะเลสาบที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Just Hotel Lomazzo Fiera / Hotel Cruise หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ ท่าเรือยังเมืองโคโม่ จากนั้นนำท่านล่องเรือไปสู่ เมืองเบลลาจิโอ ให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบโคโม่ ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศ อิตาลี จนกระทั้งถึง “เมืองเบลลาจิโอ" (Bellagio) นำท่านเดินชมหมู่บ้านเล็ก ๆ อันแสนมีเสน่ห์ที่ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของสามแยกทะเลสาบโคโม่ ได้รับการขนานนามว่าเป็น 'ไข่มุกแห่งทะเลสาบโคโม่' ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามราวภาพวาดและถนนสายเล็ก ๆ ที่เรียงรายด้วยร้านค้า คาเฟ่ และสวนดอกไม้บรรยากาศโรแมนติก บ้านเรือนมีสีสันสดใสดั่งลูกกวาด ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ลดหลั่นกันไป อันแสนมีเสน่ห์ คือหนึ่งในเอกลักษณ์โดดเด่นของเมืองเบลลาจิโอ (Bellagio) ซึ่งเปรียบเสมือนแลนด์มาร์คที่บ่งบอกถึงความงดงามและเสน่ห์ของเมืองริมทะเลสาบแห่งนี้ จากนั้นนำท่าน ล่องเรือยังทะเลสาบโคโม่อีกครั้งเพื่อมุ่งหน้าไปยัง “เมืองเทรเมสโซ่” นำท่านเดินทางสู่ เมืองทิราโน่ (Tirano) เมืองตากอากาศขนาดเล็กอันเงียบสงบที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาในภูมิภาคลอมบาร์เดีย ประเทศอิตาลี โดยระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของเทือกเขาและหุบเขาอันงดงามที่ทอดยาวผ่านแคว้นต่าง ๆ ของสวิตเซอร์แลนด์ตอนใต้
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หมายเหตุ: ในกรณีที่ไม่สามารถสำรองที่นั่งบนขบวนรถไฟ Bernina Express ได้ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเป็นการเดินทางด้วยรถไฟแบบ Classic Train ซึ่งเป็นเส้นทางและบรรยากาศเดียวกัน
นำทุกท่านเดินทางโดยสารรถไฟสายโรแมนติก “เบอร์นิน่า เอกซ์เพรส” (Bernina Express) รถไฟชมวิวแบบพาโนรามาที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เส้นทางรถไฟสายนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สวยงามที่สุดในโลก และยังได้รับการบันทึกลงใน กินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด ปี 2022 ว่าเป็นรถไฟที่มีขบวนยาวที่สุดในโลก โดยทางบริษัท Rhaetian Railway ได้จัดขบวนรถไฟความยาว 1.9 กิโลเมตร จำนวน 100 โบกี้ เป็นการแสดงศักยภาพด้านวิศวกรรมของระบบรางในสวิตเซอร์แลนด์อย่างแท้จริง ตลอดเส้นทางการเดินทาง ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันหลากหลายของ ภูเขาหิมะ ทะเลสาบสีฟ้าใส ทุ่งหญ้าเขียวขจี และหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งเรียงรายท่ามกลางขุนเขา ภาพเหล่านี้ราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด เส้นทางของรถไฟสายนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในหลายช่วงเส้นทางรถไฟจะพาท่าน ไต่ระดับความสูงกว่า 7,390 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล โดยไม่ใช้ระบบฟันเฟืองอย่างที่พบในรถไฟสายอื่นในสวิตเซอร์แลนด์ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของเส้นทางนี้ คือ การแล่นผ่านสะพานรถไฟบรุซิโอ (Brusio Viaduct) สะพานวงโค้งรูปก้นหอยซึ่งถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมของชาวสวิส รถไฟสายนี้ยังมีความพิเศษตรงที่สามารถไต่ระดับความสูงโดยไม่ใช้ฟันเฟือง แตกต่างจากรถไฟสายภูเขาทั่วไปในประเทศ
จนกระทั่งเข้าสู่ เมืองเซนต์มอริทซ์ (St. Moritz) เมืองตากอากาศชื่อดังระดับโลก ตั้งอยู่ในรัฐเกราบึนเดิน (Graubnden) ซึ่งเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ทางตะวันออกสุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองนี้ตั้งอยู่บนที่สูงใจกลางเทือกเขาแอลป์ และเคยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวถึง 2 ครั้งหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเซนต์มอริทซ์คือ ทะเลสาบเซนต์มอริทซ์ (Lake St. Moritz) ซึ่งเปลี่ยนความงดงามไปตามฤดูกาล โดยในช่วงฤดูร้อน น้ำในทะเลสาบจะเป็นสีเขียวมรกตใสสะอาดตา ส่วนในฤดูหนาว น้ำจะกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมด
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Hotel Laudinella // Hotel Saratz หรือระดับใกล้เคียง
ในกรณีที่โรงแรมในเมืองเซนต์มอริสเต็ม บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงที่พักไปยังเมืองใกล้เคียง โดยใช้โรงแรมในระดับมาตรฐานใกล้เคียงกัน
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอันเดอร์แมท (Andermatt) หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ตั้งอยู่ในรัฐอูรี (Uri) ทางตอนกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ท่ามกลางหุบเขาอัวร์เซอเริน (Urseren Valley) ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำร็อยส์ (Reuss River) อันเดอร์แมทถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในอดีต เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของช่องเขาสำคัญถึงสามแห่ง ได้แก่ ช่องเขาโอเบอร์อัลพ์ (Oberalp Pass) ทางทิศตะวันออก, ช่องเขาก็อทฮาร์ท (Gotthard Pass) ทางทิศใต้ และช่องเขาฟัวร์คา (Furka Pass) ทางทิศตะวันตก ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นจุดพักกลางทางที่สำคัญในเส้นทางคมนาคมของประเทศ
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หมายเหตุ: ในกรณีที่ไม่สามารถสำรองที่นั่งบนขบวนรถไฟ Glacier Express ได้ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเป็นการเดินทางด้วยรถไฟแบบ Classic Train ซึ่งเป็นเส้นทางและบรรยากาศเดียวกัน
นำท่านโดยสารรถไฟ กลาเซีย เอ็กซ์เพรส (Glacier Express) รถไฟด่วนที่ได้รับสมญานามว่า “รถไฟด่วนที่วิ่งช้าที่สุดในโลก” เส้นทางรถไฟสายสำคัญและงดงามที่สุดสายหนึ่งของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดดเด่นด้วยโบกี้รถไฟที่ออกแบบเป็นกระจกพาโนรามาโค้ง เพื่อให้ผู้โดยสารได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามของขุนเขา หุบเขา แม่น้ำ และหมู่บ้านสไตล์สวิสที่เรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทาง
รถไฟจะพาท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านเซอร์แมท (Zermatt) เมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อเสียงในฐานะแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกด้านสกีรีสอร์ตและกิจกรรมปีนเขา อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาอันยิ่งใหญ่ โดยมี ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) อันโด่งดัง ซึ่งมีรูปทรงคล้ายพีระมิดเป็นฉากหลังอันงดงามของเมืองบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างภายในเมืองส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้ ให้บรรยากาศอบอุ่นแบบสวิสแท้ และเพื่อรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อม เมืองเซอร์แมทยังเป็นเมืองปลอดมลพิษ โดยอนุญาตให้ใช้เฉพาะยานพาหนะระบบไฟฟ้าภายในเมืองเท่านั้น
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
เมนูพิเศษ!!! อาหารไทยรสชาติถึงใจ
ที่พัก : Albana Real หรือระดับใกล้เคียง
ในกรณีที่ไม่สามารถสำรองที่พักในเมืองเซอร์แมทซ์ได้ เนื่องจากที่พักมีจำนวนจำกัด โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือเทศกาลต่าง ๆ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปยังเมืองใกล้เคียง ซึ่งไม่ทำให้ส่งไม่กระทบต่อโปรแกรมการเดินทาง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางโดยรถไฟจาก เมืองเซอร์แมท (Zermatt) สู่ยอดเขากอร์เนอร์แกรต (Gornergrat)
ระหว่างทาง ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่และงดงามของธรรมชาติสองข้างทาง รถไฟจะไต่ระดับความสูงจนถึงจุดชมวิวบนยอดเขาที่ระดับความสูง 3,286 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล บนยอดเขากอร์เนอร์แกรต ท่านจะได้สัมผัสกับหนึ่งในจุดชมวิวที่งดงามที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งสามารถมองเห็นทิวเขาโดยรอบ รวมถึงยอดเขามัทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังถือเป็นหนึ่งในสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเซอร์แมท
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นอิสระให้ทุกท่านเดินเที่ยวชมเมืองเซอร์แมทตามอัธยาศัย เพลิดเพลินกับบรรยากาศของเมืองตากอากาศแสนสวยที่โอบล้อมด้วยขุนเขา ภายในเมืองมีร้านค้า ร้านกาแฟ และร้านของที่ระลึกมากมาย รวมถึงร้านจำหน่ายนาฬิกาสวิสชื่อดังหลากหลายแบรนด์ ให้ท่านได้เลือกชมและเลือกซื้ออย่างจุใจ นอกจากนี้ ยังสามารถเดินเล่นเก็บภาพบรรยากาศของเขตเมืองเก่าที่เรียกว่า “ฮินเตอร์ดอร์ฟ” (Hinterdorf) ซึ่งเป็นย่านที่มีอาคารบ้านเรือนแบบดั้งเดิมของชาวเมืองเซอร์แมท อายุเก่าแก่กว่า 500 ปี และได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี จนกลายเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่น่าประทับใจของเมืองแห่งนี้ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองแทช (Tsch) หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตวิสป์ (Visp) ท่ามกลางหุบเขาแมทเทอร์ทาล (Mattertal Valley) ซึ่งเป็นหุบเขาที่มีชื่อเสียงในฐานะพื้นที่ซึ่งโอบล้อมด้วยยอดเขาสูงตระหง่านแทบทั้งหมดของเทือกเขาแอลป์ นำท่านเดินทางสู่ เมืองลอยเคอร์บาด (Leukerbad) หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาควาเลส์ (Valais) ทางตอนใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเขตเทือกเขาแอลป์ ลอยเคอร์บาดเป็นที่ตั้งของสปารีสอร์ทและบ่อน้ำพุร้อนชื่อดังมากมาย โดยมีน้ำแร่ธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมายาวนาน เหมาะสำหรับการพักผ่อนฟื้นฟูร่างกาย ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ รายล้อมด้วยเทือกเขาอันงดงาม โดยเฉพาะ หุบเขาเจมมิปาสส์ (Gemmipass) ซึ่งเป็นฉากหลังของเมือง *** โรงแรมมีบริการสระน้ำแร่สำหรับผู้เข้าพัก
ท่านที่สนใจใช้บริการ กรุณาเตรียมชุดว่ายน้ำมาเพื่อความสะดวกในการเข้าใช้บริการสระน้ำแร่ ***
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Thermalhotels Leukerbad De France หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ ยอดเขากลาเซียร์ 3000 นำท่านโดยสารกระเช้ากลาเซียร์ 3000 (Glacier 3000 Cable Car) สู่จุดชมวิวบนยอดเขา โดยสารกระเช้าขึ้นสู่จุด Scex Rouge ซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,971 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จากนั้นเดินขึ้นสู่จุดชมวิวบนยอดเขาซึ่งสูงถึง 3,000 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมทัศนียภาพอันงดงามของยอดเขาชื่อดังระดับโลก อาทิ ยอดเขามงบล็อง (Mont Blanc) ในประเทศฝรั่งเศส และ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำท่านสัมผัสประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นด้วยการ เดินข้ามสะพานแขวน Peak Walk by Tissot ซึ่งเป็นสะพานแขวนแห่งแรกของโลกที่เชื่อมระหว่างสองยอดเขา เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวอันน่าประทับใจและท้าทายความกล้า ท่ามกลางทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์อันงดงาม
นำทุกท่านออกเดินทางสู่ เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองแห่งนี้ได้รับสมญานามว่า “ไข่มุกแห่งริเวียร่าของสวิตเซอร์แลนด์” (The Pearl of the Swiss Riviera) ด้วยทัศนียภาพอันงดงามและบรรยากาศแสนรื่นรมย์ สองฟากฝั่งของถนนเลียบทะเลสาบที่ทอดยาวกว่า 7 กิโลเมตร เต็มไปด้วยคฤหาสน์และโรงแรมหรูหราที่ผสมผสานเสน่ห์ของอดีตเข้ากับความสะดวกสบายในยุคปัจจุบันอย่างกลมกลืน
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
แวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบริเวณด้านนอกของ ปราสาทชิลยอง (Chillon Castle) ปราสาทเก่าแก่ในสไตล์กอทิก ซึ่งมีประวัติยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองมองเทรอซ์ และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวอเวย์ (Vevey) โดยเส้นทางจะเลียบไปตามริม ทะเลสาบเจนีวา ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของยุโรป ตลอดการเดินทาง ท่านจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพอันงดงามของผืนน้ำกว้างไกลและเทือกเขาแอลป์ที่ทอดตัวเป็นฉากหลัง
นำท่านแวะถ่ายภาพกับ ส้อมยักษ์ (The Fork - Alimentarium) ประติมากรรมขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมทะเลสาบ และถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองเวอเวย์ นอกจากนี้ท่านยังมีโอกาสเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลสาบเจนีวาและเทือกเขาแอลป์ในมุมมองที่น่าประทับใจ
นำทุกท่านออกเดินทางสู่ เมืองโลซานน์ (Lausanne) เมืองสำคัญตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและธรรมชาติอันงดงาม ท่านจะได้ชื่นชมบรรยากาศเมืองที่ผสมผสานความทันสมัยและประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว นำทุกท่านเดินทางไปยัง ศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่สวนสาธารณะเดอน็องตู (Parc Denantou) เมืองโลซานน์ (Lausanne) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ศาลาแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นด้วย ไม้ตะเคียนและไม้สัก อันเป็นวัสดุธรรมชาติที่สะท้อนเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทยโบราณได้อย่างวิจิตรบรรจงการก่อสร้างศาลาไทยแห่งนี้จัดขึ้น เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมฉลองพระราชพิธีครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสมาพันธรัฐสวิส เมื่อปี พ.ศ. 2549ศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ หากยังเป็นสถานที่ที่สื่อถึงศิลปวัฒนธรรมไทยได้อย่างโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นริมทะเลสาบเจนีวา แวะให้ทุกท่านได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบริเวณด้านหน้าของ พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก (The Olympic Museum) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองโลซานน์ (Lausanne) ริมฝั่งเหนือของทะเลสาบเจนีวา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่รวบรวมประวัติศาสตร์และเรื่องราวของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกจากอดีตจนถึงปัจจุบันนำท่านเดินทางสู่ เมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) หนึ่งในเมืองตากอากาศยอดนิยมของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค แบร์นเนอร์ โอเบอร์ลันด์ (Berner Oberland) โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งอันงดงาม อยู่ระหว่างทะเลสาบ 2 แห่ง ได้แก่ ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และ ทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) ซึ่งโอบล้อมด้วยเทือกเขาอัลไพน์สลับซับซ้อน เมืองอินเทอร์ลาเคนขึ้นชื่อในด้านความงามของธรรมชาติจากนั้นนำท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง ณ ร้านนาฬิกาชื่อดัง “Kirchhofer” หนึ่งในร้านจำหน่ายนาฬิกาหรูระดับแนวหน้าของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีสาขาอยู่ในเมืองอินเทอร์ลาเคน ร้านแห่งนี้ได้รวบรวมแบรนด์นาฬิกาชั้นนำมากกว่า 70 แบรนด์ระดับโลก อาทิ Patek Philippe, Rolex, Omega, TAG Heuer, Longines และแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมายที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและชื่อเสียง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : The Hey Hotel / Hotel Metropole / Htel Royal St Georges หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนน (Lauterbrunnen) ผ่านชมหนึ่งในหมู่บ้านที่มีความงดงามและเงียบสงบที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตลอดเส้นทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันสวยงามของธรรมชาติ ทุ่งหญ้าเขียวขจี บ้านไม้แบบสวิส และภูเขาสูงที่โอบล้อมหมู่บ้านไว้อย่างงดงาม นำท่านผ่านชม น้ำตกชเตาบ์บาค (Staubbach Waterfall) หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของหมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนน ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีความสูงถึง 297 เมตร ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันอย่างอ่อนช้อยราวกับม่านน้ำโปร่งใส สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนอย่างยิ่ง
จากนั้นนำท่านเดินสู่ สถานีรถไฟเลาเทอร์บรุนเนน เพื่อโดยสาร รถไฟฟันเฟืองสายพิเศษ (Cogwheel Railway) ขบวนพิเศษที่ออกแบบด้วยกระจกบานใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อให้ท่านสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ได้อย่างเต็มอิ่ม นำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch) ที่ได้ชื่อว่าเป็น "สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป" โดยยอดเขาแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป" โดยองค์การยูเนสโก ระหว่างทาง นำท่าน เปลี่ยนขบวนรถไฟ ณ สถานีไคลน์ไชเด็ค (Kleine Scheidegg) เพื่อโดยสารรถไฟฟันเฟืองอีกขบวน ซึ่งจะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ถูกขุดเจาะผ่านภูเขาโดยวิศวกรชาวสวิส ณ ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 3,454 เมตร สู่ สถานีรถไฟยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch Station) ซึ่งตั้งอยู่บนความสูง 11,333 ฟุต หรือประมาณ 3,454 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ยอดเขาจุงเฟรา มีความหมายว่า “สาวน้อย” (The Maiden) เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางจากทั่วโลก ที่จะได้สัมผัสกับหิมะตลอดทั้งปี และได้รับการยกย่องว่าเป็น Top of Europe จากนั้นนำท่าน เข้าชม “ถ้ำน้ำแข็ง 1,000 ปี” (Ice Palace) หนึ่งในไฮไลต์สำคัญบนยอดเขาจุงเฟรา ซึ่งเป็นถ้ำที่เกิดขึ้นจากการแกะสลักภายใต้ธารน้ำแข็งอันเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปี ตั้งอยู่ลึกลงไปประมาณ 30 เมตรใต้ธารน้ำแข็งภายในถ้ำเต็มไปด้วยงานศิลปะจากน้ำแข็งแกะสลักอย่างประณีตในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำแข็งหรือประติมากรรมอันงดงามที่แสดงถึงความสามารถและความพิถีพิถันของช่างฝีมือ ท่านสามารถเก็บภาพประทับใจไว้เป็นที่ระลึกท่ามกลางบรรยากาศอันเย็นฉ่ำและน่าตื่นตาตื่นใจ จากนั้นนำท่านโดยสารลิฟต์ขึ้นสู่ชั้นบนของอาคาร ให้ท่านได้สัมผัสกับ ลานหิมะพลาโต (Snow Plateau) บนเขาจุงเฟรารับอากาศบริสุทธิ์และชมทัศนียภาพของ ธารน้ำแข็งอะเล็ตช์ (Aletsch Glacier) อย่างใกล้ชิด ธารน้ำแข็งแห่งนี้ถือเป็นธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกทางธรรมชาติ โดยองค์การยูเนสโก ด้วยความยาวกว่า 22 กิโลเมตร อะเล็ตช์กลายเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์ธรรมชาติที่งดงามและยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป ท่านจะมีเวลาอิสระเพื่อเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนลานหิมะ ท่ามกลางบรรยากาศที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี พร้อมเก็บภาพความทรงจำอันประทับใจ
ภายในอาคาร Jungfraujoch – Top of Europe ยังมีห้องนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสร้างเส้นทางรถไฟขึ้นสู่ยอดเขาจุงเฟรา ตลอดจนร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์ อาทิ ร้านช็อกโกแลตลินด์ (Lindt Swiss Chocolate Heaven) และร้านของที่ระลึก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนเขาจุงเฟรา
ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางลงจากยอดเขาจุงเฟรา เดินทางลงเขาด้วยรถไฟฟันเฟือง สู่สถานี ไอเกอร์เกลตเชอร์ (Eigergletscher) จากนั้นเปลี่ยนการเดินทางโดยสาร กระเช้าชมวิวเทือกเขาแอลป์ THE V-CABLEWAY เพื่อมุ่งหน้าสู่สถานีเทอร์มินัล กรินเดลวาล์ด (Grindelwald Terminal) ซึ่งใช้เวลาเพียง 12 นาทีเท่านั้น พร้อมเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ตลอดเส้นทาง
นำทุกท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเบลาซี (Blausee Lake) ทะเลสาบขนาดเล็กที่มีชื่อเสียงเรื่องความงดงามและความใสบริสุทธิ์ของผืนน้ำ ซึ่งมีสีฟ้าอมเขียวเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดุจดั่งอัญมณีที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางผืนป่าในหุบเขาแถบเบิร์นโอเบอร์แลนด์ (Bernese Oberland) ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แวะให้ทุกท่านได้ ถ่ายภาพท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและธรรมชาติอันงดงามราวภาพวาด พร้อมสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และความงดงามของผืนน้ำใสแจ๋วที่สะท้อนเงาของภูเขาและต้นไม้อย่างน่าประทับใจ
นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) หนึ่งในเมืองตากอากาศยอดนิยมของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ให้ทุกท่าน อิสระในการเดินเล่นและเลือกซื้อสินค้า ตามอัธยาศัย ท่ามกลางบรรยากาศเมืองที่เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนม ร้านของที่ระลึกท้องถิ่น รวมถึงร้านขายนาฬิกาสวิสชั้นนำ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงระดับโลก พร้อมเพลิดเพลินกับการชมทิวทัศน์และวัฒนธรรมอันมีเสน่ห์ของเมืองเล็กกลางหุบเขาแห่งนี้อย่างเต็มที่
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
เมนูพิเศษ!!! คอมโบฟองดู
ฟองดูชีส+ฟองดูน้ำมัน+ฟองดูช็อกโกแลต
The Hey Hotel / Hotel Metropole / Htel Royal St Georges หรือระดับ
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำทุกท่านเดินทางสู่ ยอดเขาชิลธอร์น (Schilthorn) หนึ่งในยอดเขาที่มีชื่อเสียงของแถบเบิร์นโอเบอร์แลนด์ (Bernese Oberland) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ระดับความสูงประมาณ 2,970 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์ได้แบบ พาโนรามา 360 องศา ยอดเขาชิลธอร์นมีชื่อเสียงในฐานะสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ ภาค “On Her Majesty’s Secret Service” ซึ่งเป็นเหตุผลที่บริเวณยอดเขาแห่งนี้มีการตกแต่งและจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว สามารถชมวิวทิวทัศน์ของยอดเขาสำคัญ เช่น Eiger, Mnch และ Jungfrau ได้อย่างงดงาม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Luzern) เมืองลูเซิร์นถือเป็นหนึ่งในเมืองที่งดงามและมีเสน่ห์ที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของทะเลสาบและภูเขาโดยรอบ ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี นำท่านชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ อนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument) หรือ Lwendenkmal ที่เรียกว่า เลอเวินเด็งค์มาล หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองลูเซิร์น อนุสาวรีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและความซื่อสัตย์ของทหารรับจ้างชาวสวิส ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องพระราชวังตุยเลอรี (Tuileries Palace) ระหว่างเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศส เมื่อปี ค.ศ. 1792 นำท่านเดินทางสู่ สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองลูเซิร์น และได้รับการยกย่องว่าเป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 สะพานแห่งนี้ทอดยาวข้ามแม่น้ำรูสส์ (Reuss River) มีความโดดเด่นด้วยโครงสร้างไม้ที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิม และหลังคาทรงลาดที่ปกคลุม ตลอดแนวสะพาน ภายในประดับด้วยภาพวาดสามเหลี่ยมซึ่งสื่อถึงประวัติศาสตร์ของเมืองและเหตุการณ์สำคัญทางศาสนาในอดีต
นำท่านเดินทางสู่ เมืองซุก (Zug) ซึ่งเป็นทั้งเมืองหลวงและรัฐในเวลาเดียวกัน โดยรัฐซุกถือเป็นหนึ่งในรัฐที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของบริษัทข้ามชาติจำนวนมาก ส่งผลให้อัตราการจัดเก็บภาษีของรัฐนี้ต่ำที่สุดในประเทศ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มี อัตราการครอบครองรถยนต์หรูหราสูงที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ อีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินชมบริเวณเมืองเก่าใจกลางเมืองซุก อันเต็มไปด้วย อาคารสถาปัตยกรรมโบราณ ที่มีอายุกว่า 500 ปี รวมถึง โบสถ์ประจำเมือง ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ เปี่ยมด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตดั้งเดิม นำท่านเดิน ชมบริเวณริม ทะเลสาบซุก (Lake Zug) ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นได้จัดทำพื้นที่ชมชีวิตใต้น้ำ โดยติดตั้ง จุดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบให้ได้ศึกษาและเพลิดเพลินกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายที่รายล้อมด้วยขุนเขาและอากาศบริสุทธิ์นำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองซูริค (Zurich) หนึ่งในเมืองชั้นนำของโลก และเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปยุโรป โดยซูริคได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตของประชากรอยู่ในระดับสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งยังถือเป็นเมืองที่มีความมั่งคั่งมากที่สุดในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป จากนั้นนำทุกท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง ณ ใจกลางเมืองซูริค โดยเฉพาะที่ย่านบานโฮฟสตราสเซอร์ (Bahnhofstrasse) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในถนนสายช้อปปิ้งที่หรูหราและมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก เรียงรายไปด้วยร้านแบรนด์เนมระดับโลก ร้านนาฬิกาสวิสชั้นนำ และห้างสรรพสินค้าหรูหรา
ค่ำ อิสระในการรับประทานอาหารค่ำ เพื่อให้ทุกท่านได้ใช้เวลาในการเลือกซื้อสินค้าและเดินช้อปปิ้งอย่างสะดวกสบายตามอัธยาศัย
ที่พัก : Intercity Hotel Zurich Airport / Harry's Home Zrich Wallisellenหรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำทุกท่านเดินทางสู่ น้ำตกไรน์ (Rhine Falls) หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่และงดงามที่สุดในภูมิภาคยุโรปกลาง น้ำตกไรน์ถือกำเนิดจากแม่น้ำไรน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสายน้ำสากลที่สำคัญที่สุดของทวีปยุโรป โดยต้นกำเนิดของแม่น้ำสายนี้เกิดจากการละลายของหิมะบนเทือกเขาแอลป์ ก่อนจะไหลรวมกันเป็นลำธารเล็ก ๆ ผ่านประเทศลิคเท่นสไตน์ เข้าสู่ทะเลสาบคอนสแตนท์ (Lake Constance) ซึ่งทำหน้าที่แบ่งเขตแดนระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนี กระแสน้ำที่ล้นไหลออกจากทะเลสาบ ได้ก่อรูปเป็นแม่น้ำไรน์สายใหญ่ ไหลคดเคี้ยวผ่านภูมิประเทศที่งดงาม จนมาถึงบริเวณหน้าผาสูงชันในเขตเมืองชาฟเฮาส์เซ่น (Schaffhausen) ก่อเกิดเป็นน้ำตกไรน์ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ความยิ่งใหญ่ และทัศนียภาพอันตื่นตาตื่นใจ
ได้เวลานัดหมายอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินซูริค ประเทศเยอรมนี เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
13.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร เที่ยวบินที่ TG971
05.30 น. เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ จบทริปสุดประทับใจ พร้อมความทรงจำอันงดงามจากการเดินทาง
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา