
19.30 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน CONDOR AIRLINES (DE) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารการเดินทาง
*** เที่ยวบินหรือเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายการบินเป็นผู้กำหนด ***
ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่งบนเครื่องบินเนื่องจากเป็นตั๋วกรุ๊ป การจัดที่นั่งจะเป็นระบบ RANDOM ที่นั่งอาจจะไม่ได้นั่งติดกัน ทางบริษัทไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของสายการบินเป็นผู้กำหนด
22.35 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี โดยสายการบิน CONDOR AIRLINES (DE) เที่ยวบินที่ DE2363 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้เวลาบินประมาณ 11.50 ชั่วโมง)
05.25 น. ถึง สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี นำท่านแวะพักเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางสู่ประเทศฮังการี (รอแวะเปลี่ยนเครื่องประมาณ 3.35 ชั่วโมง)
09.00 น. ออกเดินทางสู่ บูดาเปสต์ เฟเรนตส์ ลิซท์ ประเทศฮังการี โดยสายการบิน CONDOR AIRLINES (DE) เที่ยวบินที่ DE4214 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้เวลาบินประมาณ 1.35 ชั่วโมง)
10.35 น. เดินทางถึง บูดาเปสต์ เฟเรนตส์ ลิซท์ (เวลาในยุโรป ช้ากว่าไทยประมาณ 5-6 ชั่วโมง กรุณาปรับเวลาให้ตรงตามเวลาท้องถิ่น เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย) ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนเมษายน จะช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง และในช่วงเดือนเมษายน-เดือนตุลาคม จะช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว
นำท่านเดินทางสู่ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของประเทศฮังการี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบที่ไหลผ่านใจกลางเมือง ทำให้แบ่งเมืองออกเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งบูดา (Buda) และฝั่งเปสต์ (Pest) กรุงปูดาเปสต์ได้ชื่อว่าเป้นเมืองแห่งสปา เนื่องด้วยมีบ่อน้ำร้อนจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วเมือง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม จัตุรัสวีรบุรุษ (Hero Square) เป็นจัตุรัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของบูดาเปสต์ ใจกลางจัตุรัสมีอนุสรณ์สถานพันปี หรือ Millennium Memorial ซึ่งมีความสูงถึง 36 เมตร และถูกขนาบด้วยรูปปั้นของอดีตกษัตริย์และบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของฮังการี 14 คน ปัจจุบันจัตุรัสวีรบุรุษถือเป็น พื้นที่มรดกโลกร่วมกับย่านถนนอันดราสซี Andrssy Avenue)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวป้อมปราการชาวประมง (Fisherman's Bastion) เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของการชมเมืองบูดาเปสต์จากมุมสูง เมื่อมองจากป้อมปราการ สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำดานูบ ตึกรัฐสภาที่ยิ่งใหญ่ ใกล้กันท่านจะได้เห็นโบสถ์แมทเธียส (Matthias Church) โบสถ์เก่าแก่ที่รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มีอายุกว่า 700 ปี อิสระท่านชมวิวและถ่ายรูปจามอัธยาศัย
นำท่านถ่ายภาพด้านหน้า ปราสาทบูดา พระราชวังแห่งอดีตของเมืองบูดา (Buda Castle) (บริเวณภายนอก) สถานที่แห่งประวัติศาสตร์ซึ่งเก็บทั้งความงดงามรุ่งโรจน์รวมถึงร่องรอยของอดีตแห่งเมืองบูดาเปสต์เอาไว้ รูปร่างสถาปัตยกรรมเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะในอดีตและสมัยใหม่ ทั้งยังได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์บูดาเปสต์, หอศิลป์แห่งชาติ, หอสมุดเซเยนซีแห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ไวน์ใต้ดิน ซึ่งล้วนเป็นสถานที่สนใจที่น่าไปชมทั้งสิ้น
ผ่านชม สะพานเชน (Chain Bridge) เป็นหนึ่งในสะพานที่สวยที่สุดในยุโรปที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ (Danube River) ถือว่าเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของกรุงบูดาเปสต์ (Budapest) ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1839 โดยวิศวกรชาวอังกฤษชื่อ William Tierney Clark เป็นสะพานโซ่ขนาดใหญ่แห่งแรกที่เชื่อมระหว่างฝั่งบูดาและฝั่งเปสต์ ซึ่งเหล็กและวัสดุทั้งหมดได้นำมาจากประเทศอังกฤษทั้งสิ้น ที่คอสะพานเชนมีรูปปั้นหินแกะสลักรูปสิงห์โตนอนหมอบอยู่ทั้งสองข้าง
เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย
ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
เดินทางเข้าสู่ กรุงบราติสลาวา (Bratislava) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองหลวงของสาธารณรัฐสโลวาเกีย และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ เมืองนี้ตั้งอยู่บนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ ตรงบริเวณพรมแดนของสโลวาเกียกับออสเตรียและฮังการี และใกล้กับพรมแดนสาธารณรัฐเช็กด้วย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ผ่านชม ปราสาทบราติสลาวา (Bratislava Castle) ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา Little Carpathians ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9-18 ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบโกธิค เรอเนสซองส์ และบารอกได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกถึงความหรูหรางดงาม ผ่านชม มหาวิหารเซนต์มาร์ติน (St. Martin’s Cathedral) โบสถ์โกธิค ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เป็นโบสถ์ที่ใช้สำหรับพิธีบรมราชาภิเษก บนยอดหอคอยของโบสถ์ที่มีความสูง 85 เมตร ภายใน มีรูปจำลองมงกุฎที่มีน้ำหนักถึง 150 กิโลกรัม ติดตั้งอยู่ เพื่อเป็นสิ่งแสดงถึงอดีตที่เคยรุ่งโรจน์
จากนั้นเข้าสู่ ย่านเมืองเก่าบราติสลาวา (Old Town) ย่านแห่งประวัติศาสตร์ ประกอบไปด้วยอาคารสไตล์เรอเนสซองส์สวยๆ และสัญลักษณ์ที่ทำให้เมืองนี้เป็นที่รู้จัก ก็คือ รูปปั้นคูมิล Cumil Man at work (Peeping Tom) ผู้ชายยิ้มหวาน ที่โผล่ศีรษะออกมาจากท่อระบายน้ำทักทายนักท่องเที่ยว อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมือง
นำท่านเดินทางสู่ กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ชั่วโมง) ศูนย์กลางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมือง เมืองนี้ยังคงมนต์เสน่ห์แห่งเมืองหลวงของจักรวรรดิออสเตรียในอดีต โดยยังคงร่องรอยของศิลปะ ดนตรีคลาสสิก สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ แหล่งอุดมวัฒนธรรม จนขึ้นชื่อว่าโรแมนติกที่สุดอีกเมืองของโลก
นำท่านชม อนุสาวรีย์พระนางมาเรียเทเรซา สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงพระจักรพรรดินี ที่ยิ่งใหญ่ของยุโรป ทางด้านซ้ายและด้านขวาของอนุสาวรีย์ เป็นตึกฝาแฝดสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมนีโอเรอเนซองส์ ด้านหนึ่งเป็พิพิธภัณฑ์ศิลปะ อีกด้านหนึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา
จากนั้นนำท่านเดินไปยัง พระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg Palace) (บริเวณด้านนอก) เป็นพระราชวังที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1275 แต่เดิมคือพระราชวังฤดูหนาวของราชวงศ์ฮอฟบวร์ก ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ชั้นยอดในบริเวณที่พำนักอันเก่าแก่ของราชวงศ์ที่ทรงอำนาจแห่งออสเตรีย
ชมหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ก็คือ Stephansplatz หรือ จัตุรัสสเตฟาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของ มหาวิหารเซนต์สตีเฟน มหาวิหารแห่งนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางของกรุงเวียนนาและเป็นอาคารที่มีความโดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งในออสเตรีย โดยในอดีตเคยเป็นโบสถ์ที่มีความสูงมากที่สุดในโลก เริ่มก่อสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 12 เป็นโบสถ์หลักของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแห่งเวียนนา สร้างขึ้นในรูปแบบของสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์และโกธิค สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับนักบุญสตีเฟน
จากนั้นอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งแบบเต็มอิ่ม ณ คาร์ทเนอร์สตรีท (Karntner Strasse) ถนนสายนี้ปัจจุบันเปลี่ยนสภาพเป็นถนนคนเดิน ปูด้วยแนวหิน และขนาบข้างด้วยอาคารร้านค้าทั้งเก่าและใหม่สลับกันไป บรรยากาศของผู้คน ร้านรวงริมทาง และอุณหภูมิเย็นสบาย กระตุ้นต่อมช้อปปิ้งของเราให้เดินเข้าออกร้านสวยอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด ทั้งร้านขนม ร้านขายงานประดิษฐ์ และร้านขายเครื่องแก้วอื่นๆอีกมากมาย
เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย
ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ กรุงปราก (Prague) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.45 ชั่วโมง) เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก เมืองเก่าแก่ที่ได้รับการขนานนามว่า “นครแห่งร้อยยอดแหลม” และเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยงามที่สุดของยุโรป โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมหลากหลายยุคสมัย ตั้งแต่โกธิก บาโรก เรอเนสซองส์ ไปจนถึงอาร์ตนูโว เมืองเก่าของปรากได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมืองปรากตั้งอยู่ริมแม่น้ำวัลตาวา เต็มไปด้วยปราสาท โบสถ์ และอาคารประวัติศาสตร์ที่ยังคงความงดงามสมบูรณ์ ผสานบรรยากาศโรแมนติกและกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์เข้ากับวิถีชีวิตร่วมสมัยอย่างลงตัว ทำให้ปรากเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของยุโรปตะวันออกที่นักเดินทางไม่ควรพลาด
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม สะพานชาร์ลส์ (Charles Bridge) อีกหนึ่งจุดหมายหลักที่พลาดไม่ได้ สะพานแห่งนี้โดดเด่นด้วยรูปปั้นนักบุญเรียงตลอดความยาวของสะพาน และเป็นสิ่งก่อสร้างชิ้นสำคัญที่ชี้ให้คนยุคปัจจุบันเห็นได้ถึงความรุ่งเรืองในยุคสมัยของจักรพรรดิชาร์ลส์ที่ 4
จากนั้นนำท่านถ่ายภาพบริเวณ จัตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) จัตุรัสศูนย์กลางที่สำคัญของกรุงปราก ที่เคยเป็นตลาดค้าขายตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 12 มีตึกรามบ้านเรือนล้อมรอบจตุรัสที่สวยงามและได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ดื่มด่ำกับบรรยากาศของยุโรปในยุคโบราณ จัตุรัสกลางเมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เราจะได้เห็น หอนาฬิกาดาราศาสตร์ ซึ่งคอยทำหน้าที่บอกเวลาให้กับชาวเมืองทุกวัน หอนาฬิกาดาราศาสตร์ถูกสร้างขึ้นในปี 1410 นอกจากเข็มนาฬิกาที่คอยบอกเวลาแล้วตัวเรือนสีฟ้ายังมีรูปปั้นนักบุญ ตัวเรือนนาฬิกาแสดงการโคจรของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ แสดงเดือนปัจจุบัน เมื่อเวลาเดินมาครบชั่วโมงจะมีเสียงระฆังดังกังวานและรูปปั้น 12 สาวกของพระเยซูคริสต์ที่พากันเดินขบวนกันอยู่หลังช่องหน้าปัด
เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย
ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านชม ปราสาทปราก (Prague Castle) (บริเวณด้านนอก) ปราสาทขนาดใหญ่ ที่ถูกใช้เป็นที่ประทับของเหล่ากษัตริย์ จักรพรรดิ ผู้นำสำคัญของสาธารณรัฐเช็กมายาวนานกว่า 1,000 ปี ท่ามกลางพื้นที่ 70,000 เมตร ที่มีทั้งพระราชวัง สวน โบสถ์ ฯลฯ ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมหลากสไตล์ ที่ถูกแต่งเติมเข้ามา ตลอดระยะเวลากว่า 1,000 ปี ตั้งแต่ปราสาทแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นมา และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิหารเซนต์วิตัส (St.Vitus Cathedral) อันเก่าแก่ และเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันน่าสนใจ
เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) นครโบราณขนาดเล็กดั่งเทพนิยาย โดยมีแม่น้ำวัลตาวา(Vltava) ไหลผ่านและล้อมรอบเมืองไปตามเนินเขา คดเคี้ยวเหมือนรูปตัว S จนทำให้ภูมิทัศน์ของตัวเมือง เหมือนกับหยดน้ำ นอกจากนี้บ้านและอาคารทุกหลังล้วนใช้หลังคาสีส้มแดง ทำให้เมืองแห่งนี้ เมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นภาพที่สวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดังจากงานสถาปัตยกรรมและศิลปะสุดคลาสสิคตั้งแต่ยุคกลางในเขตเมืองเก่า (Old Town) และยังคงรักษาศิลปวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ จนได้รับการยกย่องจากองค์กรยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1992 และ ได้รับการขนานนามว่า ไข่มุกเม็ดงามแห่งโบฮีเมีย
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกอันแสนโรแมนติก เป็นหนึ่งในหมู่บ้านริมทะเลสาบสวยที่สุดในโลก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง) หมู่บ้านฮัลล์สตัทท์แห่งนี้ตั้งอยู่ในเมือง Salzkammergut ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่พักตากอากาศที่ดีที่สุดในออสเตรีย มีอายุกว่า 4,500 ปี ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาสวยงามราวกับภาพวาด ว่ากันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียได้ให้ฉายาเมืองนี้ว่า “ไข่มุกแห่งออสเตรีย” และ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโก เมื่อปี 1997 ตรงกลางหมู่บ้านฮัลล์สตัทท์จะมี Town Square เล็กๆ มีเสาหิน Holy Trinity อยู่ตรงกลางรายล้อมด้วยอาคารบ้านเรือนสีหวานที่เปิดเป็นร้านค้าริมถนนเรียงรายไปด้วยร้านขายของฝากที่ระลึก ร้านอาหารและโรงแรมที่พัก ใกล้จัตุรัสจะมีม้านั่งให้นักท่องเที่ยวได้นั่งชมความงดงามของจัตุรัสและวัฒนธรรมพื้นที่โดยรอบแห่งนี้
เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก เมืองซาลส์บวร์ก (Salzburg) ประเทศออสเตรีย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) เมืองสวยแสนโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งของทวีปยุโรป ได้รับการอนุรักษ์เป็นมรดกโลกเมื่อปี 1996 อีกทั้งยังเป็นบ้านเกิดของคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ของโลกนามว่า วูล์ฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart) และเป็นสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์อมตะ เรื่อง The Sound of Music ซึ่งทำให้เมืองนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยเมืองนี้มีอดีตที่เติบโตมาจากการผลิตเกลือและการค้าเกลือซึ่งในยุคนั้นมีค่าประดุจทองคำขาว เกลือจึงเป็นที่มาของทั้งชื่อแคว้นและเมืองแห่งนี้
นำท่านชม สวนมิราเบล (Mirabell Garden) สวนสาธารณะสไตล์บาโรกที่สวยที่สวยที่สุดในเมือง เดิมเป็นสวนของ พระราชวังมิราเบล (Mirabell Palace) ซึ่งพระราชวังแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่โมสาร์ทเคยมาจัดการแสดง แถมยังเป็นสถานที่ถ่ายทำของ The Sound of Music ด้วย จึงไม่แปลกใจเลยหากที่พระราชวังแห่งนี้จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
จากนั้นเดินข้ามสะพานมายัง บ้านเกิดโมสาร์ท (Mozart Geburtshaus) (ชมบริเวณภายนอก) เป็นอาคารสีเหลืองหมายเลข 9 อาคารแห่งนี้เป็นสถานที่เกิดของโมสาร์ท และเติบโตมาตลอด 20 ปี ก่อนจะย้ายไปอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งข้างๆ กัน ซึ่งปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเครื่องดนตรีที่โมสาร์ทเคยใช้ เช่น ไวโอลิน และ เปียโน รวมถึงชีวประวัติและจดหมายที่โมสาร์ทเคยเขียนอีกด้วย (ไม่รวมค่าเข้าพิพิธภัณฑ์)
อิสระให้ท่านช้อปปิ้งที่ถนน Getreidegasse (เกรไทเดร้) ที่รวมร้านค้าแบรนด์เนมให้ท่านเลือกมากมาย ทั้งเครื่องประดับ, เครื่องแต่งกายพื้นบ้าน, รวมถึงร้านอาหารนั่งดื่มชิล ๆ จุดเด่นของถนนสายนี้คือป้ายชื่อร้านที่อยู่ด้านหน้าอาคารทำให้เหล่านักท่องเที่ยวได้แหงนมอง
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
เดินทางสู่ เมืองมิวนิค (Munich) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.15 ชั่วโมง) เมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี เมืองสำคัญที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับเสน่ห์วัฒนธรรมบาวาเรียนได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยจัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ อาคารประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม มิวนิคเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่สำคัญ มีชื่อเสียงด้านอาหารท้องถิ่น โรงเบียร์ดั้งเดิม และเทศกาล Oktoberfest ระดับโลก พร้อมบรรยากาศเมืองที่สง่างาม เป็นระเบียบ และน่าเดินเที่ยว
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) หรือที่รู้จักกันในชื่อ จัตุรัสมารี (Mary Square) ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญใจกลางนครมิวนิก ศูนย์รวมความคึกคักและเสน่ห์ของเมือง ให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจกับ ศาลาว่าการเมืองใหม่ (Neues Rathaus) อาคารสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิกอันงดงาม โดดเด่นด้วย หอนาฬิกา Glockenspiel ที่มีตุ๊กตาไม้เคลื่อนไหวออกมาแสดงเรื่องราวทุกวันในเวลา 11.00 น. และจะมีรอบพิเศษเพิ่มเติมในช่วงฤดูร้อนเวลา 17.00 น. การแสดงแบ่งออกเป็น 2 ชั้น โดยชั้นบนเล่าเรื่องพิธีอภิเษกสมรสของราชวงศ์ ส่วนชั้นล่างเป็นการเต้นรำพื้นเมืองแบบบาวาเรีย สร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้มาเยือน จากนั้นเดินต่อไปไม่ไกล จะพบกับ โบสถ์แม่พระมิวนิก (Frauenkirche) อาสนวิหารประจำนครมิวนิกของนิกายโรมันคาทอลิก อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง โดดเด่นด้วย หอคอยคู่ทรงหัวหอม สีฟ้าเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมีความสูงถึง 99 เมตร มองเห็นได้จากระยะไกล ใกล้กันนั้นคือ โบสถ์เซนต์ไมเคิล (St. Michael Church) เดิมสร้างขึ้นโดยคณะเยซูอิต ซึ่งเป็นหนึ่งในนิกายเก่าแก่ของศาสนาคริสต์ ปัจจุบันเป็นโบสถ์คาทอลิกที่มีสถาปัตยกรรมภายในงดงามและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ อิสระให้ท่านเดินเล่น ช้อปปิ้ง หรือเลือกซื้อของที่ระลึก บริเวณรอบจัตุรัสตามอัธยาศัย ท่ามกลางบรรยากาศเมืองเก่าอันมีชีวิตชีวา
เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
จากนั้นเดินทางสู่ เมืองนูเรมเบิร์ก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุคกลางที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ เมืองแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางอำนาจของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ และมีบทบาทสำคัญทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมมาตั้งแต่อดีต ภายในเขตเมืองเก่า ล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองโบราณ ท่านจะได้สัมผัสกับถนนหิน อาคารครึ่งไม้แบบดั้งเดิม และแลนด์มาร์คสำคัญต่าง ๆ
นำท่านชม จัตุรัสเฮาพท์มาร์ค (Hauptmarkt) จัตุรัสหลักใจกลางเมืองนูเรมเบิร์ก ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่า (Altstadt) ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชาวเมือง รายล้อมด้วยอาคารสถาปัตยกรรมยุคกลางอันงดงาม บรรยากาศมีชีวิตชีวา เหมาะแก่การเดินเล่นและอิสระถ่ายภาพตามอัธยาศัย ภายในจัตุรัสโดดเด่นด้วย น้ำพุชอนเนอร์บรูนเนน (Schner Brunnen) น้ำพุสไตล์โกธิกอันวิจิตร สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ประดับด้วยรูปปั้นจำนวนมากที่สะท้อนคติความเชื่อ ศิลปะ และปรัชญาในยุคกลาง ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมือง เชื่อกันว่าหากหมุนวงแหวนสีทองที่รั้วน้ำพุ จะนำโชคดีและความปรารถนาสมหวังมาให้ผู้มาเยือน
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.15 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไมน์ (Main river) ศูนย์กลางทางการเงินของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรป มีตึกระฟ้าอยู่มากมาย ซึ่งในปี 2004 เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ได้กลายเป็นเมืองที่มีตึกระฟ้ามากที่สุดถึง 10 ตึก ซึ่งเป็นอันดับ 2 ของโลก รองเพียงเมืองปารีสเท่านั้น
เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
เข้าสู่ย่านเมืองเก่านครแฟรงค์เฟิร์ต ถ่ายภาพ ณ จัตุรัสโรเมอร์ (Frankfurter Rmer) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่มีชื่อเสียงเก่าแก่ที่สุด อีกทั้งด้านข้างยังมี ศาลาว่าการเมือง (The Romer) หรือ Frankfurt City Hall และ มหาวิหารแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt Cathedral) โดยมีอีกชื่อนึงว่า “มหาวิหารเซนต์บาร์โธโลมิว” มหาวิหารแห่งนี้นับว่าเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิก ที่มีความสูง 95 เมตร มหาวิหารแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นดั่งศูนย์รวมใจของคนในชาติเยอรมนี และนับเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมือง
นำท่านชม สะพานไอเซิร์นเนอร์เสต็ก (Eiserner Steg) สะพานคนเดินอันเก่าแก่ของเมืองแฟรงค์เฟิร์ตที่ทอดข้ามแม่น้ำไมน์ (Main River) เชื่อมพื้นที่ระหว่างบริเวณศูนย์กลางเมืองและพื้นที่ริมแม่น้ำฝั่งใต้เข้าไว้ด้วยกัน เป็นจุดชมวิวริมแม่น้ำที่มีทัศนียภาพอันงดงาม และยังเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมในการคล้องกุญแจแห่งความรักที่บริเวณรั้วด้านข้างของสะพานอีกด้วย
จากนั้นให้ท่านอิสระ ช้อปปิ้ง ณ ถนนซายล์ (Zeil Street) ย่านช้อปปิ้งเก่าแก่และคึกคักที่สุดของเมืองแฟรงค์เฟิร์ต ตั้งอยู่ริมถนนซายล์ เป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่สำคัญในประเทศเยอรมนี ถือว่าเป็นถนนยาวที่สุดของประเทศ มีสินค้าหลากหลายบริเวณถนนสายนี้ เต็มไปด้วยร้านบูติกเล็กๆ เครื่องประดับโบราณ เครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านขายของเฟอร์นิเจอร์ และห้างสรรพสินค้าต่างๆ มากมาย หรือเรียกได้ว่าเป็น The Fifth Avenue ของเยอรมัน
ได้สมควรเวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที)
20.30 น. ออกเดินทางสู่ ประเทศไทย โดยสายการบิน CONDOR AIRLINES (DE) เที่ยวบินที่ DE2362 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้เวลาบินประมาณ 10.50 ชั่วโมง)
12.20 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา