
22.00 คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 แถว H/J เคาน์เตอร์สายการบินไทย แอร์เวย์ โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยอำนวยความสะดวก
01.05 เหินฟ้าสู่เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG940 (บินตรงสู่ซูริค)
07.50 ถึงสนามบินซูริค หลังผ่านพิธีการด้านศุลกากรและรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำคณะออกเดินทางเข้าสู่“เมืองซาฟเฮาส์เซ่น” Schaffhausen เมืองชายแดนเยอรมัน-สวิสฯ ชมความสวยงามของ “น้ำตกไรน์” (Rhine Falls) ซึ่งเกิดจากแม่น้ำไรน์สายน้ำนานาชาติที่สำคัญที่สุดในยุโรป แม่น้ำแห่งนี้เกิดขึ้นจากการละลายของหิมะจากเทือกเขาแอลป์เริ่มจากเป็นลำธารเล็กๆ ผ่านลิคเท่นสไตน์เข้าสู่ทะเลสาบคอนสแตนท์ ที่กั้นพรหมแดนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับเยอรมันนี ส่วนที่ล้นไหลออกจากทะเลสาบคอนสแตนท์ก่อกำเนิดแม่น้ำไรน์สายใหญ่ ไหลผ่านหน้าผาสูงชันที่เมืองซาฟเฮาส์เซ่นเกิดเป็น “น้ำตกไรน์ที่สวยงามที่สุดในยุโรปกลาง” จากนั้นเดินทางสู่เมืองลูเซิร์น นำท่าน “ล่องเรือทะเลสาบลูเซิร์น” หรือ ทะเลสาบเวียวาลด์สแตร์ทเตอร์ (ทะเลสาบสี่พันธรัฐ) ซึ่งได้ชื่อว่าสวยสุดในสวิตเซอร์แลนด์มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความงดงามของทัศนียภาพอยู่ท่ามกลางหุบเขา โอบล้อมด้วยยอดเขาริกิและยอดเขาพิลาตุส ทำให้วิวทิวทัศน์ดูงดงามยิ่งขึ้นซึ่งเป็นทะเลสาบที่สวยงาม ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา มองไปทางไหน ก็จะเห็นภูเขาโอบล้อมเพื่อชมความงามของบ้านเรือนบนเนินเขาตลอดสองฝั่งที่สวยงามน่ารัก ท่ามกลางบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติค
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่เมืองบาเซิล (97 กม.) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของสวิตเซอร์แลนด์ ลองจากซูริคและเจนีวา โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม เมืองแห่งวัฒนธรรมและในขณะเดียวกันก็เป็นมหานครที่เจริญรุ่งเรืองริมแม่น้ำไรน์ เดินเล่นชมเมืองเก่าของบาเซิลที่เต็มไปด้วยตรอกซอกซอยที่งดงามและน้ำพุมากกว่า 200 แห่ง สถานที่สำคัญ ได้แก่ ศาลากลางและมหาวิหาร จากจุดชมวิว Basler Pfalz ที่สามารถมองเห็นเมืองเก่าไปจนถึงจุดที่สามประเทศมาบรรจบกัน ชมมหาวิหารบาเซิล (Basler Mnster) ซึ่งสร้างขึ้นระหว่างปี 1019 ถึง 1500 ในสไตล์โรแมนติกและโกธิก เป็นแลนด์มาร์คที่มีชื่อเสียงที่สุดในบาเซิล ด้วยกำแพงหินทรายสีแดง กระเบื้องหลังคาสีสันสดใส และหอคอยคู่ ไม่มีอาคารใดประดับประดาเมืองบาเซิลได้งดงามเท่ามหาวิหารแห่งนี้ เก็บภาพสะพานมิทเทิลเร บรุคเคอ (Mittlere Brcke) สะพานแห่งนี้เปิดใช้งานในปี 1226 และเป็นหนึ่งในสะพานข้ามแม่น้ำไรน์ที่เก่าแก่ที่สุดระหว่างทะเลสาบคอนสแตนซ์และทะเลเหนือ
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านเดินเล่นชมตลาดคริสต์มาสบาเซิล ซึ่งเคยได้รับการประกาศให้เป็น “ตลาดคริสต์มาสที่ดีที่สุดประจำปี 2021” โดย “European Best Destinations” นำท่านเข้าสู่ “จัตุรัสบาเฟือร์สเซอร์พลาตซ์” (Barfsserplatz) เป็นหนึ่งใน “ตลาดคริสต์มาสที่สวยงามและใหญ่ที่สุด” ในสวิตเซอร์แลนด์ แผงขายของมากมายที่ตั้งอยู่บนจัตุรัส หรืออิสระกับการเดินเล่นบริเวณตลาดคริสต์มาสที่ “จัตุรัสมุนสเตอร์พลาทซ์” (Mnsterplatz) เป็นไฮไลต์ของเทศกาลคริสต์มาสในเมืองบาเซิลมาตั้งแต่ปี 2011 ต้นคริสต์มาสที่ตกแต่งอย่างงดงามอยู่หน้ามหาวิหารบาเซิล (Basel Minster) แผงขายของในตลาดที่ตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ที่ประดับประดาอย่างสวยงามด้วยลูกบอลหิมะเรืองแสง มีสินค้า อาหาร และเครื่องดื่มให้เลือกมากมาย
ที่พัก: RADISSON BLU BASEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่เมืองเอ็งเกลเบิร์ก (Engelberg) จากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้า Titlis Xpress ไปยังสถานีกลาง จากนั้นเดินทางต่อด้วยกระเช้า TITLIS Rotair กระเช้าลอยฟ้าแห่งแรกของโลกที่หมุนได้ 360 องศา รอบแกนของตัวเอง ขึ้นไปจนถึงยอดเขาทิตลิส ที่ความสูง 3,062 เมตร ภูเขาติทลิสใน สูง 3,238 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นหนึ่งในยอดเขาแอลป์ที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดของประเทศ ยอดเขาไม่เพียงแต่จะมอบทัศนียภาพแบบพาโนรามา 360 องศาอันน่าทึ่งของหุบเขา ที่กว้างใหญ่เท่านั้น แต่ยังสามารถมองเห็นเหวเบื้องล่างที่มีรอยแยกมากมายที่ประดับอยู่บนธารน้ำแข็งอีกด้วย เดินข้ามสะพานแขวนที่สูงที่สุดในยุโรป (Titlis Cliff Walk) สะพานทอดยาว 100 เมตร โดยมีเหวสูงชัน 500 เมตรอยู่เบื้องล่างที่ความสูง 3,041 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นี่คือการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นที่ท่านจะ รู้สึกเหมือนยืนอยู่เหนือเมฆ และรางวัลที่ได้รับคือทัศนียภาพของเทือกเขาแอลป์อันงดงามอลังการ เข้าสู่ถ้ำธารน้ำแข็งทิทลิส ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวน้ำแข็งลึก 20 เมตร เป็นอุโมงค์น้ำแข็งยาว 150 เมตร ภายใน ผนังน้ำแข็งสีฟ้าอายุ 5,000 ปี สร้างแสงเรืองรองเหนือจริง โดยมีแสงไฟอ่อนๆ ส่องสว่างภายในอุโมงค์ อุณหภูมิภายในถ้ำคงที่อยู่ที่ -1.5C ตลอดทั้งปี
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารนั่งกระเช้าลงสู่สถานีทรุบซี (Trbsee) จุดแวะพักริมทะเลสาบอัลไพน์ อิสระให้ท่านได้ลองสัมผัสกิจกรรมฤดูหนาว “Trubsee Snow Park” (ไม่รวมในราคาทัวร์) เช่น Balancer, หรือ Snowtube สมควรแก่เวลานั่งกระเช้าลงสู่เอ็งเกลเบิร์ก จากนั้นเดินทางเข้าสู่กรุงซูริค (Zurich) ตั้งอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์เทือกเขาแอลป์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบซูริค ไม่เพียงแต่เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองหลวงของรัฐซูริค และศูนย์กลางการเงิน, เศรษฐกิจและ การธนาคารของยุโรปซึ่งมอบชีวิตชีวาให้แก่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่ง “แม่น้ำลิมแม็ท” เสน่ห์ของเมืองเก่าซูริค หรือที่รู้จักกันในชื่อ “นีเดอร์ดอร์ฟ” หรือ “ดอร์ฟลี” เป็นย่านที่มีเสน่ห์โดดเด่นด้วยตรอกซอกซอยคดเคี้ยวปลอดรถยนต์ ที่นี่จะได้พบกับโบสถ์เก่าแก่ชื่อกรอสส์มุนสเตอร์ รวมถึงร้านหนังสือ ร้านบูติก และสตูดิโอหัตถกรรมมากมาย นีเดอร์ดอร์ฟเป็นสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งและสถาปัตยกรรมที่ควรสำรวจด้วยการเดินเท้า เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ที่นี่จะเปลี่ยนเป็นแหล่งรวมสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่คึกคัก นำเสนอการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ระหว่างประวัติศาสตร์และความทันสมัย
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านเข้าสู่บรรยากาศของ “ตลาดคริสต์มาสซูริค” ตามอัธยาศัย โดยในเดือนธันวาคม เมืองทั้งเมืองจะกลายเป็นดินแดนแห่งเทศกาลที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ซูริคจะกลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์แห่งแสงไฟระยิบระยับ พร้อมด้วยกระท่อมไม้มากมายสำหรับตลาดคริสต์มาส เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา แต่ก็มีร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่น กิจกรรมเฉลิมฉลอง และสิ่งต่างๆ ให้ทำมากมายในช่วงฤดูหนาว ตลาดครสิต์มาสแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่าน นีเดอร์ดอร์ฟ (Niederdorf) โดยมีแผงขายสินค้ามากมายกระจายอยู่ทั่วใจกลางเมืองเก่า การเดินเล่นที่นี่งดงามมาก บริเวณนี้เป็นหนึ่งในสวรรค์สำหรับการช้อปปิ้ง ดังนั้นการผสมผสานการช้อปปิ้งในร้านค้าของซูริคกับแผงขายสินค้าในตลาด และอีกหนึ่งไฮไลท์คือ “จัตุรัสเซชเซลเฮาเทนพลัตซ์” (Sechselutenplatz) จัตุรัสแห่งนี้จะถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยศูนย์อาหารขนาดใหญ่ ต้นคริสต์มาสสูง 15 เมตร (49 ฟุต) และกองไฟขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วบริเวณ เพื่อให้ความอบอุ่นขณะเพลิดเพลินกับพื้นที่
ที่พัก: RADISSON BLU BASEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่เมือง “เบรเกนซ์” (Bregenz) (122 กม.) ในเมืองหลวงของรัฐโวราร์ลแบร์ก ประเทศออสเตรีย นำท่านนั่งกระเช้าไฟฟ้าฟานเดอร์ (Pfnder) ขึ้นไปยังยอดเขาสูง 1,064 เมตร ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย ทิวทัศน์พาโนรามาอันเป็นเอกลักษณ์ที่มองเห็นทะเลสาบคอนสแตนซ์ทั้งหมด รวมถึงยอดเขาแอลป์กว่า 240 ยอดในออสเตรีย เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้ Pfnder เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคเบรเกนซ์และเบรเกนเซอร์วัลด์
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่ “เมืองอินซ์บรูกซ์” (Innsbruck) (187 กม.) เมืองท่องเที่ยวในแคว้นทิโรล แห่งลุ่มแม่น้ำอินน์ที่มีอายุกว่า 800 ปี อดีตเคยเป็นศูนย์กลางทางการค้าบนถนนสายโรมัน Via Cuaudla Augusta ตั้งอยู่ใจกลางเทือกเขาแอลป์ซึ่งเป็น แหล่งสกีเป็นที่รู้จักกัน ดีของชาวยุโรป จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวถึง 2 ครั้ง นำท่านสู่ “ถนนมาเรียเทเรซ่า” ถนนสายหลักของเมืองอินน์สบรูก เชื่อมระหว่างเขตเมืองเก่ากับย่านช้อปปิ้งสมัยใหม่ ตรงกลางถนนเป็นที่ตั้งของ “เสาอันนาซอยแล” (เสานักบุญแอนน์) ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงการถอนกองกำลัง ทหารบาวาเรีย ออกไปจากเมือง เข้าสู่ “ย่านเมืองเก่า” ที่ยังคงสภาพและบรรยากาศของยุคกลางได้เป็นอย่างดี อาคารบ้านเรือนที่มีอาร์คเดคชั้นล่างและมีมุขยื่นออกมาที่ชั้นบน แสดงให้เห็นถึง สถาปัตยกรรมแบบโกธิคตอนปลาย และเรอเนสซองส์ นำท่านชมสัญลักษณ์ของเมือง “หลังคาทองคำ” Golden Roof ที่สร้างในปี ค.ศ.1500 สมัยจักรพรรดิแม็กซิมิเลี่ยนที่ 1 หลังคามุงด้วยแผ่นทองแดงเคลือบทองสว่างไสว และโรงแรมเก่าแก่ประจำเมือง โรงแรมโกลเดนเนอร์แอดเลอร์ ซึ่งเคยใช้ในการต้อนรับเจ้านายในราชวงศ์และบุคคลชั้นสูงจากต่างแดนหลายท่าน
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านชมหนึ่งในตลาดคริสต์มาสที่สวยงามที่สุดในโลก สัมผัสบรรยากาศคริสต์มาสแบบดั้งเดิม โรแมนติก และรื่นเริงของเมืองเก่าอินส์บรุค แผงขายของในตลาดคริสต์มาสสีสันสดใสตั้งอยู่ท่ามกลางอาคารยุคกลางที่สวยงามและหลังคาทองคำ แผงขายของเหล่านี้เป็นแหล่งรวมของตกแต่งต้นคริสต์มาส งานหัตถกรรม สินค้าจากขนสัตว์ และของที่ระลึกมากมาย เดินเล่นไปตามถนนคีบัคกัสเซอ (Kiebachgasse) ซึ่งเป็นถนนที่ขนานกับถนนแฮร์ซ็อก-ฟรีดริช-ชตราเซอ (Herzog-Friedrich-Strae) ในเดือนธันวาคม ถนนสายนี้จะเปลี่ยนเป็นถนนในเทพนิยาย ตัวละครมากมายจากเทพนิยายชื่อดังประดับประดาอยู่บนด้านหน้าอาคาร หน้าต่าง และหน้าจั่ว และตลาดคริสต์มาสบนถนนมาเรีย เทเรเซียนรายล้อมไปด้วยแสงไฟคริสต์มาสสมัยใหม่ที่ส่องประกายระยิบระยับ ถนนมาเรีย เทเรเซียนเรียงรายไปด้วยต้นไม้มากมายที่ประดับประดาด้วยไฟดวงเล็กๆ ระยิบระยับ และเป็นที่ตั้งของแผงขายสินค้ามากมาย
ที่พัก: AC HOTEL BY MARRIOTT INNSBURG หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่เมือง “คาปรุน” (Kaprun) (153 กม.) เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ในทำเลที่ยอดเยี่ยมระหว่างทะเลสาบเซลล์ (Lake Zell) ที่สวยงามและยอดเขาคิทซ์สไตน์ฮอร์น (Kitzsteinhorn) และอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติโฮเฮอเทาเอิร์น ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์ นำท่านขึ้นกระเช้าลอยฟ้า 3K K-onnection ซึ่งเป็นหนึ่งในกระเช้าลอยฟ้าที่ทันสมัยและประหยัดพลังงานที่สุดในโลก กระเช้าที่กว้างขวางให้ทัศนียภาพที่ชัดเจนของยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดทางลงไปยังหุบเขาเซลล์ มีจุดชมวิวมากมายมอบทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาซาลซ์บูร์ก รวมถึงจุดชมวิว ‘Top of Salzburg’ เป็นจุดที่สูงที่สุดในรัฐซาลซ์บูร์ก ที่ระดับความสูง 3,029 เมตรจากระดับน้ำทะเล
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ “หมู่บ้านฮัลล์สตัทท์” (Hallstatt) (110 กม.) หมู่บ้านน่ารักริมฝั่งทะเลสาบฮัลล์สตัทท์ ฮัลล์สตัทท์เมืองที่ตั้งอยู่ใจกลางดินแดนแห่งเทพนิยาย “ซาลสกัมแมร์กูท” ดุจดังพลอยเม็ดงามประดับอยู่เชิงเขา “ดัคชไตน์” ดินแดนที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ครอบคลุมอาณาบริเวณ เมืองฮัลล์สตัทท์, โก เซา, โอแบร์ทราวน์ และบาดกอยแซร์น รวมกันเป็นศูนย์กลางของ “อินเนอร์ซาลสกัมแมร์กูท” ดินแดนซึ่งมี วัฒนธรรมสืบทอดต่อกันมานานถึง 3,500 ปี หมู่บ้านในบริเวณนี้ร่ำรวยเพราะเหมืองเกลือที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยกลางของยุคสำริดช่วยสร้างความเจริญให้ท้องถิ่น นำท่านเข้าพักโรงแรม มีเวลาให้ท่านได้เดินเล่นพักผ่อนในเมืองอันแสนน่ารักแห่งนี้อย่างเต็มที่ ในตัวเมืองจะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านกาแฟ ที่ตกแต่งประดับดวงไฟอย่างสวยงามในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่รวมถึงร้านค้าที่มาออกร้านในช่วงเทศกาลในบริเวณจัตุรัสกลางเมืองฮัลล์สตัทท์ ท่านจะเพลิดเพลินไปกับความสวยงามและน่ารักของเมืองนี้อย่างแน่นอน
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนู GRILLED WHOLE TROUT พร้อมมันฝรั่งอบ รสเลิศ
พักที่: HERITAGE HOTEL, GRUNER BAUM HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารนำท่านเดินทางขึ้นสู่จุดชมวิวที่อยู่ท้ายหมู่บ้านระหว่างทางผ่านชมบ้านเรือนและร้านขายของที่ระลึกมากมาย (บริเวณจุดชมวิวขอความกรุณาทุกท่านไม่ส่งเสียงดังหรือเข้าไปถ่ายรูปในบริเวณบ้านของคนท้องถิ่น) นำท่านเที่ยวชมสถาปัตยกรรมที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยการตกแต่งบ้านด้วยงานไม้และวิถีชีวิตชาวเมืองท้องถิ่นที่ยังคงยึดติดกับจารีตประเพณีดั้งเดิม หลังอาหารนำท่านเดินทางขึ้นสู่จุดชมวิวที่อยู่ท้ายหมู่บ้านระหว่างทางผ่านชมบ้านเรือนและร้านขายของที่ระลึกมากมาย (บริเวณจุดชมวิวขอความกรุณาทุกท่านไม่ส่งเสียงดังหรือเข้าไปถ่ายรูปในบริเวณบ้านของคนท้องถิ่น) นำท่านเที่ยวชมสถาปัตยกรรมที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยการตกแต่งบ้านด้วยงานไม้และวิถีชีวิตชาวเมืองท้องถิ่นที่ยังคงยึดติดกับจารีตประเพณีดั้งเดิม สมควรแก่เวลาเดินทางเข้าสู่เมือง “ซาล์สบูร์ก” (Salzburg) (74 กม.) เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของประเทศออสเตรีย เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยศิลปะแบบบารอก จนได้ชื่อว่าเป็นนครหลวงแห่งศิลปะบารอก เป็นเมืองเกิดของคีตกวีเอกของโลก โวล์ฟกังก์อมาเดอุส โมสาร์ท (Wolfgang AmadeusMozart) เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์อมตะเรื่อง The Sound of Music และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้เมื่อปี ค.ศ. 1997 ชม “สวนมิราเบลล์” (Mirabell Garden) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังมิราเบลล์ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1606 โดยเจ้าชาย อาร์คบิชอป วูล์ฟดาย์ทริซ มีเวลาให้ท่านเดินชมและเก็บภาพความสวยงาม จากนั้นนำท่านเดินข้ามสะพานแม่น้ำซาลส์ซาค (Salzach River) อันงดงามมุ่งสู่ เขตเมืองเก่าเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับบ้านของโมสาร์ท โมซาร์ทเกิดในปี ค.ศ.1756 ในบ้าน Hagenauer Haus เลขที่ 9
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย เดินทางสู่เมืองนูเรมเบิร์ก (Nrnberg) (318 กม.) เมืองใหญ่อันดับสองของแคว้นบาวาเรีย มีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมยุคกลางอันงดงาม พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เยอรมันที่สำคัญ อดีตอันน่าสะพรึงกลัวของนาซี ตลาดคริสต์มาสที่มีชื่อเสียง (ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี) และไส้กรอกบราทเวิร์สต์ขนาดเล็ก (เล็กที่สุดและอาจเป็นที่รักมากที่สุดในเยอรมนี) นูเรมเบิร์ก เคยเป็นหนึ่งในเมืองชั้นนำของยุโรปราวปี ค.ศ. 1500 และปราสาทขนาดใหญ่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงป้อมปราการของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบัน แม้ว่านูร์นแบร์กจะมีประชากรครึ่งล้านคน แต่เมืองเก่าที่มีเสน่ห์—ด้วยอาคารสไตล์โกธิคที่สร้างจากหินทรายสีแดง อิสระให้ท่านเดินเล่นที่ “ตลาดคริสตมาส” (Christkindlesmarkt) ในเมืองนูเรมเบิร์ก เป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในโลก ตลาดคริสต์มาสในจัตุรัสหลักของเมืองกล่าวถึงครั้งแรกในเอกสารที่ลงวันที่ปี 1628 ใจกลางเมืองเก่าที่ประดับประดาอย่างสวยงาม Gปรียบเสมือนการเดินทางสู่ดินแดนมหัศจรรย์แห่งคริสต์มาส ขนมปังขิงอบสดใหม่เรียงรายสุดลูกหูลูกตาในตู้กระจก ต้นสนประดับประดาด้วยไฟระยิบระยับและของตกแต่งแวววาว และชาวนูเรมเบิร์กก็ภาคภูมิใจในสิ่งนั้น สินค้าส่วนใหญ่ที่ขายในตลาดผลิตโดยผู้ผลิตดั้งเดิมในท้องถิ่น และแม้แต่แผงลอย 180 แผงก็ยังคงทำจากไม้สนในท้องถิ่น
*** อาหารค่ำอิสระตามอัธยาศัย ***
ที่พัก : NH COLLECTION NUREMBURG CITY HOTEL หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินเล่นชมเขตเมืองเก่านูเรมเบิร์กที่เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามมากมาย เช่น คฤหาสถ์ขุนนางนัสเซา (Nassau House) บ้านขุนนางชั้นสูงสมัยยุคกลาง วิหารเซนต์ ลอเรนซ์ ที่สร้างตั้งแต่ปี 1250-1477, น้ำพุแห่งความดีงาม (Tugendbrunnen) บนสุดประดับด้วยรูปปั้นเทพีแห่งความยุติธรรม, ตลาดคริสท์คินเดิล (Hauptmarkt) เป็นตลาดกลางในจัตุรัสกลางเมือง, โรงพยาบาลเก่า “Heilig-Geist-Spital” ที่อยู่ติดแม่น้ำแพ็กนิตซ์ และโบสถ์เฟราเอน (Frauenkirche) คือว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดอีกแห่งของเมือง จากนั้นเดินทางสู่เมือง “เนิร์ดลิงเงน” (Nrdlingen) (98 กม.)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินเล่นชมเมืองนอร์ดลิงเงน เป็นเมืองที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความงดงามของรัฐบาวาเรีย บนเส้นทางสายโรแมนติก (Romantic Road) อันโด่งดังของเยอรมนีซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแวะพักที่สำคัญที่สุดบนเส้นทางท่องเที่ยวชื่อดังของเยอรมนีที่รู้จักกันในชื่อ Romantische Strasse (ถนนโรแมนติก) เมืองยุคกลางแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ นอร์ดลิงเงนเป็นหนึ่งในสามเมืองในเยอรมนีที่มีกำแพงเมืองยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ (อีกสองเมืองคือ โรเทนบูร์ก ออบ แดร์ ทาวเบอร์ และ ดิงเคิลส์บูห์ล) จากนั้นเดินทางสู่เมืองอูล์ม (Ulm) (82 กม.) ตั้งอยู่ในรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก อยู่ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ ชมมหาวิหารวิหารอูล์มเมอร์ มืนสเตอร์ (Ulm Mnster) ที่มีชื่อเสียง ถือว่าเป็นโบสถ์ที่สูงที่สุดในโลกวัดได้ว่ามีความสูงถึง 161.53 เมตร เมืองอูล์มยังเป็นเมืองที่สำคัญระดับโลกเนื่องจากป็นเมืองเกิดของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน-ยิว จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองฟุสเซ่น (127 กม.) เมืองบาวาเรียที่สวยงามตั้งอยู่เชิงเขาแอลป์ ใกล้ชายแดนออสเตรีย และมีแม่น้ำเลคไหลผ่าน เมืองฟุสเซนเป็นแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตยาวนานกว่า 2,000 ปี เดินเล่นบนถนน “ไรเชนชตราสเซ่” (Reichenstrae) หัวใจของเมืองฟุสเซิน (Fssen) นอกจากคาเฟ่และร้านค้าเล็กๆ แล้ว ยังจะได้พบกับบ้านเรือนสีพาสเทลเรียงรายอยู่ตามถนนอย่างหนาแน่น ทำให้เมืองนี้สวยงามราวกับภาพโปสการ์ด มีปราสาทโฮเฮส (Hohes Schloss) ตั้งตระหง่านอยู่เหนือเมืองฟุสเซน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับฤดูร้อนของเจ้าชายบิชอปแห่งเอาส์บวร์ก
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารเดินเล่นชมตลาดคริสต์มาสเมืองฟุสเซน ภายในลานของอารามเซนต์แมง (St. Mang's Monastery Courtyard) สัมผัสบรรยากาศคริสต์มาสอย่างอบอุ่น สามารถเลือกซื้อของขวัญ ของตกแต่งต้นคริสต์มาส หรือสินค้าทำมือ ชมการทำงานของช่างฝีมือ และลิ้มลองไวน์ร้อน พันช์ และอื่นๆ อีกมากมายท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับของบ้านเรือนในตลาด ซึ่งบางหลังจำลองมาจากสถาปัตยกรรมของเมืองเก่าฟุสเซน โดยจะมีแผงขายสินค้าบรรยากาศอบอุ่น งานฝีมือท้องถิ่น อาหาร และไวน์ร้อน
ที่พัก : HIRSCH HOTEL FUSSEN หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารนำท่านเข้าชมภายใน “ปราสาทนอยชวานชไตน์” (Neuschwanstein Castle) ปราสาทที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบการสร้างปราสาทเทพนิยายของเจ้าหญิงนิทรา แห่ง ดีสนีย์แลนด์ ตัวปราสาทซึ่งได้ถูกตกแต่งไว้อย่างอลังการตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์แถบแคว้นบาวาเรียประเทศเยอรมนีสร้างในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียในช่วงค.ศ. 1845-86 ตัวปราสาทตั้งอยู่บนบนหินผาขนาดใหญ่ยักษ์สูงกว่า200 เมตรเหนือออบแก่งของแม่น้ำพอลลัทสมควรแก่เวลานำคณะลงจากปราสาท (*กรณีคิวการเข้าชมภายในปราสาทนอยชวานชไตน์เต็ม บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการนำท่านไปถ่ายรูปคู่กับปราสาทนอยชวานชไตน์(ภายนอก)และนำท่านเข้าชม ปราสาทโฮเฮนชวานเกาแทน)
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่ สำนักสงฆ์แห่งเมือง เอททัล (Kloster Ettal) ได้รับการขึ้นทะเบียน UNESCO สำนักสงฆ์แห่งนี้ ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1330 ตรงกับวันสมโภชประจำปีของนักบุญวิทาลลิสแห่งมิลาน (Vitalis of Milan) โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นจากนั้นเดินทางหน้าสู่ “หมู่บ้านโอเบอรามาเกา” (Oberammergau) เดินเล่นชมหมู่บ้านเล็กๆ ที่ งดงามด้วยภาพเขียนสีบนผนังบ้านเรือน มีเนื้อหาเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาทั่วทั้งเมือง ในตัวเมืองมีร้านค้าของที่ระลึก, สินค้าแฟชั่น, ร้านอาหารเล็กๆ มากมาย เมืองนี้มีชื่อเสียงเนื่องจากเป็นสถานที่จัดงานคริสต์นาฏกรรม “The Passion Play” ยิ่งใหญ่ที่สุดในเยอรมันจัดชขึ้นทุกๆสิบปี เพราะเหตุนี้จึงมีร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าของที่ระลึกสำหรับศาสนิกชนอยู่มากมายโดยเฉพาะงานแกะสลักจากไม้ มีเวลาให้ท่านเก็บภาพประทับใจกับบรรยากาศที่คลาสสิกในหมู่บ้านแห่งนี้ จากนั้นเดินทางเข้าสู่กรุงมิวนิค เดินทางสู่กรุงมิวนิค เมืองใหญ่ที่อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย จากนั้นเข้าสู่ย่าน ‘จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) จัตุรัสเก่าแก่กลางกรุงมิวนิค ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1158 ชม “Mariensaule” รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเขาสูง ตั้งอยู่ด้านหน้าศาลาว่าการเมืองใหม่ “Neuse Rathaus” ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ หอระฆัง “Glockenspiel” ที่มีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำ เวลา 11 โมงเช้าในฤดูหนาว และ 5 โมงเย็นในฤดูร้อน ให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังเรียงรายอยูมากมายไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Hugo Boss, Chanel, Giorgio Armani ฯลฯ ตามอัธยาศัย หรือเดินเล่นชมตลาดคริสต์มาสที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดคือ “ตลาดคริสต์มาสมิวนิก” (Munich Christkindlmarkt) ที่จัตุรัสมาริเอนพลัตซ์ (Marienplatz) ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในมิวนิกและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเยอรมนี ถือเป็นหนึ่งในตลาดคริสต์มาสที่ดีที่สุดในโลก ที่ได้รับการออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์และสวยงาม ตั้งอยู่ท่ามกลางฉากหลังอันโรแมนติกของศาลากลางสไตล์นีโอโกธิคบนจัตุรัส Marienplatz หมู่บ้านของแผงลอยแห่งนี้สร้างความประทับใจด้วยเสน่ห์แบบบาวาเรียโบราณ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ โรงเบียร์เยอรมัน เมนูพื้นเมือง ขาหมูเยอรมัน ไส้กรอกบาวาเรีย อันเลื่องชื่อ พร้อม เครื่องดื่มเยอรมันรสเลิศ
ที่พัก : LEONARDO ARABELLAPARK HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
สมควรแก่เวลา เดินทางสู่สนามบินมิวนิค
......... เดินทางถึงสนามบินมิวนิค มีเวลาให้ท่านทำคืนภาษี (TAX REFUND) ก่อนเดินทางกลับ
14.25 ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ TG 924
06.05 เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา