
21.30 สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 โดยมี เจ้าหน้าที่จากบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวก
00.50 เหิรฟ้าสู่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ค โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG950
06.35 เดินทางถึงกรุงโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของประเทศเดนมาร์ค นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง นำท่าน เดินทางข้ามสะพานโอเรซุนด์ The resund ซึ่งเชื่อมประเทศเดนมาร์ก-สวีเดน ยาว 8 กิโลเมตรก่อนจะมุดลอดใต้น้ำเป็นอุโมงค์ยาว 4 กิโลเมตรผ่านช่องแคบ Flint สู่เมืองมัลโม่ “Malm” (99 กม.) คือเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของสวีเดน Stortorget ชมจัตุรัสกลางเมืองมัลเมอที่มีมาตั้งแต่ปี 1538 บริเวณตรงกลางจัตุรัสมีรูปปั้นของพระเจ้า Karl Gustav ที่ 10 ด้านซ้ายของจัตุรัสเป็นที่ตั้งของ Rdhuset หรือ Town Hall ศาลาว่าการเมืองสไตล์ดัตช์เรอเนสซองส์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1353 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในอาคารเก่าแก่ที่สุดของเมือง ผ่านชม Turning Torso ตึกระฟ้ารูปทรงโมเดิร์นความสูง 190 เมตร ซึ่งนับเป็นตึกที่สูงที่สุดในแถบสแกนดิเนเวีย รวมทั้งเป็นตึกที่อยู่อาศัยที่สูงที่สุดอันดับ 3 ของ ทวีปยุโรป จากนั้นเดินทางสู่เมืองเฮลซิงบอร์ก (65 กม.)
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารนำท่านชมเมืองเฮลซิงบอร์ก (Helsingborg) เมืองทางใต้ของสวีเดน ตั้งอยู่บนชายฝั่งของช่องแคบเออเรซุนด์ (resund) ตรงข้ามกับเดนมาร์ก ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน “เมืองที่มีนวัตกรรมมากที่สุดของยุโรป” จนได้รับรางวัลที่สองใน ‘European Capital of Innovation Awards 2020’ หรือที่รู้จักในชื่อ “iCapital” อีกทั้งยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่งดงาม มีอดีตที่น่าหลงใหล ซึ่งส่วนใหญ่ถูกทำให้เป็นอมตะในเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีอย่างน่าทึ่ง
เมื่อเดินไปตามถนนอันงดงามของเมืองเก่าของเมือง จะพบกับอาคารสำคัญๆ มากมาย รวมถึงหอคอยคาร์นัน (Krnan Tower) ในยุคกลาง อาคารอันน่าทึ่งแห่งนี้เป็นเพียงซากเดียวของปราสาทเฮลซิงบอร์ก (Helsingborg Castle) ซึ่งสร้างขึ้นภายใต้การปกครองของเดนมาร์กเมื่อต้นศตวรรษที่ 14 ฝั่งตรงข้ามคือปราสาทโครนบอร์ก-ของประเทศเดนมาร์ก ไม่ไกลกันยังเป็นที่ตั้งของ โบสถ์เซนต์แมรี (Mariakyrkan) มีอายุย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 12 ต่อมาได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในสไตล์โกธิค ศาลากลางสไตล์นีโอโกธิคซึ่งเปิดตัวในปี 1897 ด้วยการตกแต่งด้านหน้าอาคาร หน้าต่างกระจกสีที่สวยงาม และหอนาฬิกาสูง จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ท่าเรือเมืองคาร์ลแฮมน์ (Karlhamn) นำคณะลงเรือสำราญขนาดใหญ่ดีเอฟดีเอส DFDS Karlshamn, Swedenไป Klaipda, Klaipeda City Municipality, Lithuania ซึ่งสะดวกสบายด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกนานาชนิด เช่น ภัตตาคาร บาร์ ไนต์คลับ และเพลินกับการเลือก ชมสินค้าปลอดภาษี ฯลฯ
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ แบบบุฟเฟ่ต์
ที่พัก: บนเรือ DFDS TOR LINE *** ห้องพักแบบวิวทะเล (Sea View) ***
*** หากท่านต้องการอับเกรดห้องพักเป็นห้องสวีท กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ ***
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคารในเรือสำราญ
เรือสำราญเดินทางถึงเมืองท่าไคลเพด้า(Klaipeda) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเคานัส(Kaunas) (99 กม.) / เคานัสเคยเป็นเมืองหลวงชั่วคราวของประเทศลิทัวเนียในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ตั้งอยู่ตรงที่บรรจบกันของแม่น้ำเนริสและแม่น้ำเนมาน / ชมเมืองเคานัส เมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองของประเทศลิทัวเนีย รองจากวินิอุส ชมอาคาร City Hall ที่ทำการศาลาว่าการ, ปราสาทเคานัส Kaunas Castle ปราสาทหินที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 เพื่อป้องการกันการโจมทางด้านศาสนา ชมทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำทั้งสองสายที่มาบรรจบกันที่เมืองนี้คือแม่น้ำเนริสและแม่น้ำเนมานจากบนปราสาท ชม Holy Cross Church ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมสมัยใหม่แบบเรอแนสซองส์ และ วิหารเคานัส Kaunas Cathdral Basilica ที่มีการสร้างแบบผสมผสานตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทราไก (Trakai) (69 กม.) อดีตเมืองหลวงเก่าของราชรัฐลิทัวเนียจาก 1864-1323 ก่อนที่จะย้ายไปยังวิลนีอุส นำท่านเข้าชม ปราสาททราไก หรือปราสาทที่ใครหลายๆคนเรียกว่า Little Marienburg ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ ในทะเลสาบเกลฟ สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่14 เป็นปราสาทที่ท่านแกรนด์ดุ๊ก วีเทาทัสประสงค์ใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลาย ก่อนที่จะกลายเป็นคุกในช่วงศตวรรษที่ 17 มีตำนานที่เล่าต่อๆ กันมาถึง เรื่องราวความรัก โศกนาฏกรรม และได้รับคำโจษจันว่าเป็นปราสาทผีสิง โดยอีกด้านหนึ่งของปราสาทเป็นที่ตั้งของโบสถ์และสำนักสงฆ์ในนิกายเบเนดิกทีน ชมความงดงามทัศนียภาพโดยรอบทะเลสาบกับตัวปราสาทที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี ชมความงามของทะเลสาบเกลฟ (Lake Galve) อยู่กลางเมืองทราไก มีเกาะแก่ง ประมาณ 21 เกาะ / นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองวินิอุส(30 กม.)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Holiday Inn Vilnius Hotel / หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
หลังอาหารนำท่านชม เมืองวิลนีอุส (มรดกโลก) และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำสองสาย แม่น้ำเนริสและแม่น้ำวิลเนเลเล ตัวเมืองถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1323 โดยเมืองวิลนีอุสมีชื่อเสียงทางด้านงานสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ จึงได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของยุโรปตั้งแต่ยุคโกธิค เรเนซองค์ บาร็อค และ คลาสสิค ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1994 นำท่านชมเนินปราสาทเจดิมินาส (Gediminas Tower) ปราสาทนี้ก่อสร้างด้วยอิฐแดง ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 – 14 ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งนอกจากจะได้ชมปราสาทแล้วตรงนี้ก็นับเป็นจุดชมวิวเมืองที่สวยงามอีกด้วย นำท่านเก็บภาพยอดเขาไม้กางเขนสามอัน (Three Crosses) อนุสาวรีย์รูปไม้กางเขนสีขาวสามอันขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนยอดนี้นับเป็นสถานที่เตือนความทรงจำในเหตุการณ์ทรมานนักบวชที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนา นำท่านชมโบสถ์เซนต์แอน (St.Ann’s Church) โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกขนาดใหญ่และเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่สวยที่สุดในวิลนีอุส นำท่านเก็บภาพความสวยงามของ มหาวิหารแห่งวิลนีอุส (Vilnius Cathedral) มหาวิหารขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าอยู่ไม่ห่างจาก Cathedral Square นับเป็นมหาวิหารขนาดใหญ่ที่สุดในลิทัวเนีย สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1251
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านเข้าสู่เมืองเก่า ชมประตูเมือง (GATE OF DAWN) ความคลาสสิกของอดีตที่แฝงอยู่ในรูปทรงอาคารซึ่งดูเหมือนเป็นประตูธรรมดา แต่ประตูเมืองแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกาแพงเมืองโบราณ ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1503-1522 เพื่อเป็นปราการสำคัญในการป้องกันเมืองจากการโจมตีของข้าศึกศัตรู ชาววิลนีอุสจะรู้จักประตูเมืองแห่งนี้ในชื่อ MEDININKAI นำท่านชมย่านเมืองเก่าที่ถือว่าเป็นเขตเมืองเก่าที่ใหญ่ที่สุดในเขตยุโรปกลาง และถ่ายรูปกับความงดงามของอาคารเก่าแก่เมื่อครั้งสมัยศตวรรษที่ 15-16 ถ่ายรูปกับกลุ่มอาคารเมืองเก่าและวิหารต่าง ๆ Orthodox Church of the Holy Spirit, Church of St.Anne, Church of St.Francis and Bernardine, Vilnius University และ Gediminas Tower เป็นต้น อิสระทุกท่านเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกพื้นเมืองในย่านเมืองเก่าตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำมื้อพิเศษ ณ ภัตตาคาร Belmontas พร้อมชมโชว์พื้นเมือง ที่รับวัฒนธรรมผสมผสานระหว่าง รัสเซีย สแกนดิเนเวีย และยุโรปเข้าด้วยกัน
พักที่: Holiday Inn Vilnius Hotel / หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้าในโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่ เมืองซัวเลย์ (Siauliai) (200 กม.) เมืองที่มีความเก่าแก่ในอดีตเคยถูกเผาในยุคสงครามถึง 7 ครั้งด้วยกันปัจจุบันทางการได้ฟื้นฟูจนกลายมาเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม นำท่านชม สุสานไม้กางเขน (Hill of Crosses in Siauliai) สถานที่อันแสดงถึงความเชื่อของผู้คนที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งมีมายาวนานนับตั้งแต่ช่วงยุคสงคราม สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนสุสานไม้กางเขนนับแสนชิ้น แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ก็ยังมีคนนำมาทิ้งอย่างต่อเนื่อง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่ เมืองริก้า (Riga) เมืองหลวงของประเทศลัตเวีย (125 กม.) นำท่านชม ย่านเมืองเก่ากรุงริก้า เมืองที่มีส่วนผสมของอิทธิพลแบบลัตเวียน รัสเซียน และเยอรมัน ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันงดงาม ผ่านชมร่องรอยกำแพงเมืองโบราณ อาคารแบบอาร์ตนูโว ที่สร้างในยุคกลาง อายุเก่าแก่กว่า 800 ปี ผ่านชมปราสาทริก้า ซึ่งปัจจุบันได้ใช้เป็นทำเนียบประธานาธิบดี นำท่านชม โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St. Peter Cathedral) ที่งดงามเป็นโบสถ์กอธิคที่สำคัญ และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองริก้า ชมป้อมดินปืน The Powder Tower สร้างขึ้นตั้งแต่ ปี ค.ศ.17 ชม อนุสาวรีย์อิสรภาพ ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองริก้า สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1935 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงเหล่าทหารกล้าผู้เสียสละชีพในสงครามเรียกร้องอิสรภาพของลัตเวียระหว่างปี ค.ศ.1918 ถึงปี 1940 ชมโบสถ์เซนต์จาคอบ เป็นโบสถ์คาทอลิกที่โดดเด่นที่สุดในย่านเมืองเก่าชม โบสถ์ประจำเมืองริก้า Riga Cathedral อยู่ริมจัตุรัส สร้างเมื่อปี ค.ศ.1211
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Wellton Riverside SPA Hotel Riga / หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้าในโรงแรม
หลังอาหารเดินทางเข้าสู่เมืองซิกกุลด้า นำท่านชมปราสาททูไรดา (Turaida Castle)(60 กม.) ชมอาคารต่างๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ตัวอาคารสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1214 เอกลักษณ์คือใช้อิฐแดงทั้งหมด ตัวอาคารได้ผ่านการบูรณะและอนุรักษณ์ ทำให้เห็นสภาพก่อนหน้าของปราสาท ได้อย่างชัดเจนขึ้น จากนั้นนำท่านสู่สถานีกระเช้าซิกกุลด้า (Sigulda Cable Car) นำท่านนั่งกระเช้าเคเบิลคาร์เป็น ที่เก่าแก่ที่สุดในรัฐบอลติก ชมวิวเหนือหุบเขากัวจา (Gauja Valley) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุทยานแห่งชาติกัวจา ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดของลัตเวีย เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของภูมิทัศน์อันงดงามในระยะทางหลายกิโลเมตร ที่ความสูง 43 เมตรเหนือพื้นดิน เคเบิลคาร์ Sigulda เชื่อมต่อทั้งสองด้านของแม่น้ำกัวจา ประทับใจและตื่นตาตื่นใจกับหุบเขากัวจาอันงดงาม ผ่านปราสาทยุคกลางสามแห่ง ได้แก่ ปราสาทซิกุลดา ปราสาททูไรดา และปราสาทคริมุลดา) ปัจจุบันรถกระเช้าซิกกุลด้า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งลัตเวียและทั่วโลก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินทางข้ามพรมแดนสู่ เมืองแปร์นู (Parnu) (180 ก.ม.) ประเทศเอสโตเนีย เป็นเมืองพักผ่อนตากอากาศในช่วงฤดูร้อนทีมี่ชื่อเสียงที่สุดในฝั่งตะวันตกริมทะเลบอลติก ผ่านชมความสวยงามของเมืองท่านจะได้เห็นบ้านไม้แบบ Wooden House ซึ่งเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเอสโตเนีย ชมความสวยงามของ หาดแปร์นู Parnu Beach ที่ในช่วงฤดูร้อน จะมีชาวเมืองมากมายมาพักผ่อนกันที่หาดแห่งนี้ อิสระท่านเก็บภาพความงามตามอัธยาศัย กรุงทาลลินน์ (Tallinn) (90 ก.ม.) เมืองหลวงของประเทศเอสโทเนีย มีอากาศบริสุทธิ์และบรรยากาศที่ผ่อนคลาย มรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจากยุคต่างๆ แตกต่างกับสภาพแวดล้อมในเมืองที่มีชีวิตชีวาและสร้างสรรค์ ทาลลินน์มีเสน่ห์ด้วยเมืองเก่ายุคกลาง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เขตต่างๆ ที่หลากหลาย และธรรมชาติในเมืองที่อุดมสมบูรณ์
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Radisson Meriton Conference & Spa Hotel Tallinn / หรือระดับใกล้เคียง (5)
เช้า บริการอาหารเช้าในโรงแรม
หลังอาหารนำท่านเข้าชม พระราชวังแคทเดอริก (Kadriorg Art Museum PAlace) เป็นพระราชวังสไตล์บาร๊อค สร้างขึ้นตามพระประสงค์ของพระเจ้าปีเตอร์มหาราชที่ 1 แห่งรัสเซีย เพื่อเป็นที่ประทับของพระราชินีแคทเธอรีน โดยพระราชวังแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดย Mr.Niccolo Michetti สถาปนิกชาวอิตาลีในปี ค.ศ. 1930 แต่ในปัจจุบันได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงผลงานทางศิลปะของประเทศ นอกจากนี้ท่านจะได้ชมความงดงามของสวนบริเวณโดยรอบพระราชวังเก่าแห่งนี้ด้วยได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับเข้ากรุงทาลลินน์
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเที่ยวชมย่านเมืองเก่า เมืองเก่าของทาลลินน์ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ถือเป็นเทพนิยายที่มีชีวิตชีวา ที่นี่จะได้พบกับร้านขายยาที่เก่าแก่ที่สุดที่เปิดดำเนินการอย่างต่อเนื่องในยุโรป, โบสถ์เซนต์โอลาฟ, สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลก, กำแพงป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรปเหนือ และระบบหอคอยที่มีอายุตั้งแต่ยุคกลาง และหนึ่งในศาลากลางสไตล์โกธิกที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุด ชมภายนอก โบสถ์อเล็กซานเดอร์เนฟสเก้ (Alexander Nevsky Cathedral) โบสถ์ใหญ่ที่มียอดโดมใหญ่ที่สุดในเมืองทาลลินน์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียนออร์โธด็อกซ์ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1900 ในช่วงที่เอสโตเนียเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย
เดินทางสู่ท่าเรือเพื่อล่องเรือข้ามจากกรุงทาลลินน์ ประเทศเอสโตเนีย สู่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ กรุงเฮลซิงกิเป็นเมืองหลวงใหญ่ของประเทศฟินแลนด์ ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศ ริมชายฝั่งอ่าวฟินแลนด์ เฮลซิงกิได้รับฉายาว่าเป็น “ธิดาแห่งทะเลบอลติก” (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) จากนั้นเดินทางสู่กรุงเฮลซิงกิ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารบนเรือ
เรือเทียบท่า กรุงเฮลซิงกิ นำท่านเดินทางเข้าสู่ โรงแรมที่พัก
พักที่: Radisson Blu Seaside / Scandic Grand Marina / หรือระดับเทียบเท่า (7)
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ โรงแรมที่พัก
หลังอาหานำท่านชม “นครเฮลซิงกิ” Helsinki เมืองหลวงประเทศฟินแลนด์ ซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบ ผสมผสานระหว่างสวีดิชและรัสเซีย เจ้าของสมญานาม “ธิดาสาวแห่งทะเล บอลติก” นำชม “ตลาดนัดริมทะเล” Market Square ที่มีชื่อเสียงนอกจากจะเป็นตลาดย่านใจกลางเมืองที่ขายของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยว แหล่งขายปลานานาชนิด อาหารผลไม้ และดอกไม้แล้ว ยังแป็นที่ตั้งสถานที่สำคัญ อาทิ ทำเนียบระธานาธิบดี, ศาลากลางและโบสถ์ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย ต่อจากนั้นเยี่ยมชม “มหาวิหาร Uspensy” ของศาสนาคริสต์นิกายออร์ธอดอกซ์ที่งดงามด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมแบบรัสเซีย จากนั้นพาชม “จัตุรัสรัฐสภา” Senate Square ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์และมหาวิหารใหญ่นิกายรูเธอรัน นอกจากนั้นยังมี “อนุสาวรีย์ซิเบลิอุซ” Sibelius คีตกวีเอกชาวฟินน์ผู้แต่งเพลงฟินแลนเดียที่สวนสาธารณะเวลล์
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย อิสระทุกท่านใน “ย่านถนนเอสปลานาดิ” Esplanadi ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารสไตล์ฟินนิชผสมสวีดิชเรียงรายไปด้วยสินค้าดีไซน์ชื่อดัง และห้าง “Stockmann” ที่เต็มไปด้วยสินค้าต่างมากมาย อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้ง ในกรุงเฮลซิงกิตามอัธยาศัยนำท่านเดินทางสู่ท่าเรือตุรกุเพื่อเดินทางเปลี่ยนบรรยากาศโดยเรือสำราญขนาดมหึมา “ซิลเรีย ไลน์” (Silja Line) ซึ่งเป็นเรือสมุทรขนาดใหญ่ที่ทันสมัยของสแกนดิเนเวีย ที่ใช้ล่องข้ามทะเลบอลติก
16.45 นำท่านออกเดินทางสู่กรุงสต๊อคโฮล์ม เมืองหลวงแสนสวยของประเทศสวีเดน โดยเรือสำราญซิลเรียไลน์ ซึ่งเป็นเรือสมุทรโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดของแถบสแกนดิเนเวีย ล่องผ่านทะเลบอลติก เพลิดเพลินกับความสนุกสนานมากมายในเรือ อาทิ ภัตตาคาร, ร้านอาหาร, บาร์, ไนต์คลับ, ดิสโก้เธค, ศูนย์สันทนาการสำหรับครอบครัว ร้านค้าปลอดภาษี และเสี่ยงโชคในคาสิโนมีระดับชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของหมู่เกาะแก่งหิน ท่าเรือ และบ้านไม้สมัยศตวรรษที่ 19 ระหว่างสองเมืองหลวงมหาเสน่ห์แห่งท้องทะเล
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ แบบบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลเมนูพิเศษ สแกนดิเนเวียนซีฟู๊ด Scadinavian Seafood ณ ภัตตาคารภายในเรือ ประทับใจอาหารจากทะเลเหนือและทะเลบอลติก ทดลองชิมไข่ปลาคาร์เวีย และปลาแซลมอนแบบต่างๆพร้อมทั้ง เครื่องดื่มเบียร์ ไวน์เลิศรส(ไม่จำกัด สองชั่วโมง) เพลิดเพลินกับความหรูหราที่ไม่ธรรมดาในคืนพิเศษนี้
ที่พัก : บนเรือสำราญซิลเรีย ไลน์ (Silja Line) พักห้องละ 2 ท่าน (SEA VIEW CABIN)
09.00 เดินทางถึงท่าเรือกรุงสต๊อคโฮล์ม, ประเทศสวีเดน
เช้า บริการอาหารมื้อเช้าแบบสแกนดิเนเวีย ณ ห้องอาหารในเรือสำราญ นำท่านเข้าสู่ตัวเมือง ผ่านชมโรงละครแห่งชาติ, ทำเนียบรัฐบาล ชม“ แกมล่าสแตน ” เมืองเก่าแก่ที่สุดและสวยงามราวกับภาพวาด ที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จนได้รับการขนานนามว่า “ความงามบน ผิวน้ำ” Beauty on Water หรือ “ราชินีแห่งทะเลบอลติค” เมืองแห่งประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ครั้ง ศตวรรษที่ 13 ศิลปะและสถาปัตยกรรมผสมผสานด้วยความสะดวกสบาย และ ทันสมัยของบ้านเมือง, ตึกรามบ้านช่อง รวมทั้งปราสาทราชวังตั้งอยู่ริมน้ำและตามเนินสูงต่ำ เกาะใหญ่น้อย 14 เกาะ ที่โอบ ล้อมด้วยทะเลบอลติก Baltic Sea ทะเลสาบ มาลาเร็น Lake Malaren ทำให้สต็อกโฮล์มเป็นเมืองที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก จากนั้นนำท่านล่องเรือชมเมืองหลวงผ่านสะะพาน Skeppsholmsbron พิพิธภัณฑ์แห่งชาติและเกาะ Skeppsholmen ผ่านเกาะรอยัลแห่งเจอร์การ์เดน ที่เป็นเสมือนเป็นโอเอซิสอันเงียบสงบที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแมกไม้เขียวขจี รวมถึงอาคารสำคัญหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์ Vasa, พิพิธภัณฑ์ ABBAม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง Skansen และสวนสนุก Grna Lund
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ กุ้งมังกรรสเลิศ Swedish Lobster
บ่าย หลังอาหารนำ จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งที่ “ห้างสรรพสินค้าเอ็นเค” NK ซึ่งเป็น เป็นหนึ่งในร้านค้าแฟชั่นหรูหราชั้นนำของสแกนดิเนเวีย“ห้างที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเหนือ” หรือย่าน Walking Street อันทันสมัย เต็มไปด้วยร้านค้าแบนด์เนม จากทั่วยุโรป ยี่ห้อต่างๆ มากมาย รวมทั้งของที่ระลึกพื้นเมือง และนาฬิกาจากประเทศสวิสฯ
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเข้าสู่ที่พัก
พักที่: Elite Hotel Carolina Tower / Scandic Hotel Stockholm / หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้าแบบสแกนดิเนเวีย
นำท่านเดินทางสู่สนามบินอลันด้า แวะชม “เมืองซิกทูน่า” Sigtuna (49 กม.) เป็นเพียงเมืองเล็กๆ ที่มากด้วยความยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์ เพราะนี่คือเมืองหลวงแห่งแรกของประวัติศาสตร์สวีเดน จนได้รับฉายาว่า “เมืองของกษัตริย์ บ้านของไวกิ้ง” กษัตริย์สวีเดนเคยประทับอยู่ที่เมืองนี้ราวๆ 250 ปีเลยทีเดียว หลังจากเมืองหลวงถูกย้ายไปยังที่ตั้งปัจจุบันคือกรุงสต็อคโฮล์ม ซแกทูน่าถูกทิ้งร้างจนกลายเป็นเมืองที่มีขนาดเล็กที่สุดในวีเดน จากนั้นอิสระทุกท่านตามอัธยาศัยเก็บภาพความประทับใจของเมืองแสนสวยแห่งนี้ ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน (18 กม.) เพื่อทำ Tax Refund
14.30 ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยการบินไทยเที่ยวบินที่ TG961
05.50 เดินทางถึงกรุงเทพฯ...โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา