
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 29 พ.ค. 69 - 08 มิ.ย. 69 | 165,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 มิ.ย. 69 - 29 มิ.ย. 69 | 165,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 24 ก.ค. 69 - 03 ส.ค. 69 | 169,900 บาท | 55,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 11 ส.ค. 69 - 21 ส.ค. 69 | 169,900 บาท | 55,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 25 ก.ย. 69 - 05 ต.ค. 69 | 165,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 17 ต.ค. 69 - 27 ต.ค. 69 | 165,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 22 ต.ค. 69 - 01 พ.ย. 69 | 165,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 12 พ.ย. 69 - 22 พ.ย. 69 | 165,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 03 ธ.ค. 69 - 13 ธ.ค. 69 | 165,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 25 ธ.ค. 69 - 04 ม.ค. 70 | 169,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 10 ก.พ. 70 - 20 ก.พ. 70 | 165,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 18 มี.ค. 70 - 28 มี.ค. 70 | 165,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
21.00 น. สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินไทย แอร์เวย์ (เคาน์เตอร์ D) พร้อมเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและบัตรที่นั่งก่อนการเดินทาง
23.45 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ต โดยสายการบินไทย แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ TG920
06.30 น. เดินทางถึง สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางสู่เมืองโคเบลนซ์ (Koblenz) ตั้งอยู่ทางเหนือของแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) เป็นเมืองเก่าแก่โบราณถูกสร้าง 8 ปีก่อน คริสตกาลและมีหลายสถานที่ถูกขึ้นชื่อให้เป็นมรดกโลกด้วย จริงๆ ก็ถือว่าเป็นท่องเที่ยวสำคัญเมืองหนึ่งของเยอรมัน เป็นจุดที่แม่น้ำโมเซล (Mosel) มาบรรจบกับแม่น้ำไรน์ (Rhien) ที่เรียกว่า Deutsches Eck จะเห็นแม่น้ำเป็นสองสี ในบริเวณเดียวกันจะมีพระบรมรูปทรงม้าของจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 1 ตั้งเด่นเป็นสัญลักษณ์ ให้เวลาทุกท่านเก็บภาพความสวยงาม จากนั้นนำท่านเดินสู่สถานีกระเช้า ขึ้นชมวิวโคเบลนซ์จากป้อม “เอียเรียนบรายทชไตน์” (Ehrenbreitstein Fortress) ตั้งอยู่บนเขาตรงข้ามกับเมืองโคเบลนซ์ (Koblenz) ในอดีตเคยเป็นที่รักษาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์และแม่โมเซล ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เชิงปราสาทเอ็ลทซ์(35 กม.)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ “ขาหมูเยอรมัน”
นำเปลี่ยนเป็นนั่งรถท้องถิ่นขึ้นสู่ ‘ปราสาทเอ็ลทซ์’(Eltz Castle) นำท่านเข้าชมภายในปราสาทเอ็ลทซ์ ปราสาทยุคกลางอันน่าทึ่ง สร้างด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความมหัศจรรย์จากหลายยุคสมัยตั้งตระหง่านอย่างสง่างามบนความสูง 70 เมตรเหนือแม่น้ำเอ็ลทซ์บัค (Eltzbach) ในท่ามกลางมรดกทางธรรมชาติอันงดงามของป่าเอลทซ์ อดีตคฤหาสน์เรียบง่ายที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 ทั้งสไตล์ยุคกลางและยุคเรอเนซองส์ผสมกัน ทำให้ปราสาทดูเหมือนเทพนิยาย ตระกูล Counts of Eltz ครอบครองถึง 33 รุ่น หรือประมาณ 850 ปี
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองโคเคห์ม(35 กม.) เก็บภาพอันงดงามของปราสาทไรช์สบวร์ก แห่ง โคเคม ปราสาทอายุ 1,000 ปี ที่มีเรื่องราวในอดีตที่ตั้งตระหง่านเหนือแม่น้ำบนเนินเขาอันยิ่งใหญ่ อิสระทุกท่านเก็บภาพเมืองเก่าโคเคห์ม (Cochem) / โคเคห์มเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ในภูมิภาคไรน์แลนด์-พาลาทิเนต ที่งดงามราวภาพวาด ตัวเมืองใกล้พรมแดนลักเซมเบิร์กและฝรั่งเศส ถ่ายภาพจากสะพานสแกเกอร์รัก (Skagerrak Bridge) จะได้เห็นวิวที่สวยงามข้ามผืนน้ำไปยังเนินเขาปราสาท ที่ตระหง่านตั้งตระหง่านอยู่เหนือบ้าน “fachwerk” ที่น่ารักและใจกลางเมืองที่มีชีวิตชีวาด้านล่างมีแม่น้ำโมเซล / นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พักกรุงบอนน์หรือใกล้เคียง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: NH Hotel Bonn / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม “กรุงบอนน์” (Bonn) / กรุงบอนน์ อดีตเมืองหลวงของเยอรมนีตะวันตก ระหว่างปี ค.ศ.1949-1990 หรือเมื่อครั้งที่เยอรมนีถูกแยกออกเป็นฝั่งตะวันตกละฝั่งตะวันออก และที่สำคัญยังเป็นบ้านเกิดของคีตกวีเอกของโลกชาวเยอรมัน “ลุดวิก แวน บีโธเฟ่น” มีเวลาให้ท่านเดินเล่นชมเขตเมืองเก่า นำท่านเดินเข้าสู่จัตุรัสกลางเมือง(Market Square) จุดศูนย์รวมของกรุงบอนน์ เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองเก่า ("Altes Rathaus") ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1737 ในสมัยของนายพลเคลเมนส์ ออกุสต์ ศาลาว่าการแห่งนี้สร้างขึ้นในสไตล์โร็คโคโค ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส มิเชล เลอเวอลี ศาลาว่าการแห่งนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนักในปี ค.ศ. 1944 แต่ได้รับการบูรณะใหม่จนสวยงามดังเดิม โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง นำท่านเก็บภาพด้านหน้าบ้าน “ลุดวิก แวน บีโธเฟ่น” ณ บ้านเลขที่ 20 ถนนบอนน์กาส(Bonngasse) นำท่านเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์บีโธเฟ่น (Beethoven-Haus Bonn) ที่ปรับปรุงจากบ้านเกิดของบีโธเฟ่น ท่านจะได้ทราบถึงประวัติเรื่องราวของคีตกวีเอกของโลก ความอัจฉริยะทางดนตรี รวมถึงอุปกรณ์ดนตรีของบีโธเฟ่นที่เก็บรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม
นำท่านเดินทางสู่เมืองวูปแปร์ทัล “Wuppertal” (75 ก.ม.) เมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของเยอรมนี ริมแม่น้ำวูปแปร์และล้อมรอบด้วยเนินเขาและชนบท ในช่วงศตวรรษที่ 18 จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 เมืองนี้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดในเยอรมนี นำท่านโดยสารรถไฟโมโนเรล(Monorail) แบบแขวนอันเป็นเอกลักษณ์ที่มีชื่อว่า Schwebebahn ให้บริการในปี 1901 ถือเป็นรางรถไฟแบบโมโนเรลแบบแรกของโลกชมเมืองวูปแปร์ทัล รถไฟโมโนเรล วิ่งผ่านตัวเมืองเป็นระยะทาง 13 กม. โดยส่วนใหญ่วิ่งเหนือแม่น้ำวูพเพอร์ โดยมีสถานีทั้งหมด 20 สถานี มีผู้คนใช้บริการรถไฟโมโนเรลแบบแขวนนี้มากกว่า 80,000 คนทุกวัน (นั่งรถรางชมเมืองจากสถานีตลาดเก่า (Alter Markt) ถึงสถานีรถไฟกลาง (Hauptbahnhof) / จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารเดินทางสู่ “ปราสาทไวซ์เชอร์ริง” (Vischering Castle) (80 กม.) ปราสาทแห่งนี้ สร้างขึ้นโดยบิชอป เกอร์ฮาร์ด วอน เดอ มาร์ก “Bischof Gerhard von der Mark” ตัวปราสาทมีคูล้อมรอบพร้อมสะพานที่ทอดออกมาสู่พื้นดิน ปราสาทแห่งนี้ยังถูกจัดให้เป็น 1 ใน 10 ปราสาทที่มีคูน้ำล้อมที่สวยที่สุดในโลก
จากนั้นเดินทางสู่เมือง “มุนสเตอร์”(Munster) (29 กม.) ชมเมืองเก่าที่มีจุดเด่นที่ Erbdrostenhof ซึ่งเป็นศาลขุนนางแห่งศตวรรษที่ 18 ที่น่าดึงดูดใจ เดินเล่นย่านตลาดเก่า “Prinzipalmarkt” ชมมหาวิหารมึนสเตอร์ “Mnster Cathedral” ซึ่งเป็นโบสถ์แห่งศตวรรษที่ 13 ที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมสไตล์โรมาเนสก์และโกธิก
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: Hotel / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองฮาเมลิน” (Hamelin) ในรัฐแซกโซนีตอนล่าง ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเวเซอร์ (160 กม.) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงจากนิทานกริมม์ เรื่อง “นักเป่าปี่แห่งฮาเมลิน” (The Pied Piper of Hamelin) หรือรู้จักกันอีกชื่อว่า “คนล่าหนูแห่งเมืองฮาเมลิน” และกล่าวกันว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงที่เมืองนี้ ให้ท่านเดินเที่ยว ชมย่านเขตเมืองเก่าที่ถือว่าสวยงามที่สุดอีกเมืองหนึ่งของเยอรมนี อาคารบ้านเรือนเก่าแก่ที่ยังอนุรักษ์ไว้ ลักษณะบ้านเป็นแบบ Half-Timbered Houses จะสร้างโดยมีกรอบเป็นไม้ด้านหน้าเป็นหน้าจั่ว และมีลวดลายต่างๆ พร้อมตัวอักษรหรือตราประจำตระกูล บางหลังก็เป็นรูปปั้นต่างๆ ดูสวยงามแปลกตา
นำท่านชม “The Rattenfngerhaus” ที่บอกเล่ากันมาว่าเป็นบ้านของคนจับหนู ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมเรอเนสซองส์สร้างตั้งแต่ปีค.ศ.1602
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ปราสาทมาเรียนเบิร์ก(Marienburg Castle) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1857 โดย กษัตริย์จอร์จที่ 5 แห่ง ฮันโนเวอร์ กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวศ์ฮันโนเวอร์ ทรงพระราชทานปราสาทแห่งนี้ให้แก่พระมเหสี ราชินีมารี แห่ง ฮันโนเวอร์ เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดและทรงตั้งชื่อปราสาทตามพระนางมาเรีย โดยตั้งใจไว้ว่าจะใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ตัวปราสาทดุจดังปราสาทในเทพนิยายที่สร้างขึ้นบนเนินเขา มีหอคอย โบสถ์ประจำปราสาท เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบเป็นพิเศษ ออกแบบโดยสถาปนิก Conrad Wilhelm Hase และ Edwin Oppler ในสไตล์นีโอโกธิก ขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1857 ถึง 1867 เมื่อราชอาณาจักรฮันโนเวอร์พ่ายแพ้สงครามกับปรัสเซียในปี ค.ศ. 1867 ราชินีมารีถูกบังคับให้ย้ายจากปราสาทแฮร์เรนเฮาเซนไปยังปราสาทมาเรียนเบิร์ก ซึ่งเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของพระนางพร้อมกับราชวงศ์ เนื่องจากความไม่สงบทางการเมืองที่ยังคงดำเนินต่อไป พระราชินีมารีจึงตามพระสวามีไปลี้ภัยในออสเตรียในปี ค.ศ. 1867 และไม่เคยกลับมาฮันโนเวอร์อีกเลย ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ “เมืองฮันโนเวอร์” (Hannover) (50 ก.ม.) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐโลว์เออร์แซกโซนี อดีตหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำลีนที่กลายเป็นเมืองใหญ่ในศตวรรษที่ 13 ชม ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของใจกลางเมืองคือ Marktkirche นี่คือตัวอย่างของรูปแบบสถาปัตยกรรมที่มักพบในภาคเหนือของเยอรมนี อาคารก่อด้วยอิฐสีแดงเป็นลักษณะเด่นในหลายเมืองและหมู่บ้านทางตอนเหนือ บนถนน Burgstrasse ใกล้กับ Marktkirche มีบ้านปูนครึ่งไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในฮันโนเวอร์ซึ่งมีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 16
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: Double Tree by Hilton Hotel / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “เมืองเซลเลอ” (Celle)(40 ก.ม.) ตั้งอยู่ในแคว้นโลเวอร์ แซกโซนี่ ริมแม่น้ำอัลเลอ (Aller) ในอดีตเมืองเซลเลอเป็นเมืองชาวประมงเล็กๆ เมื่อ 1,000 ปีก่อนที่ขึ้นชื่อในเรื่องสถาปัตยกรรมที่เหมือนถอด แบบออกมาจากในเทพนิยาย เดินชมย่านอัลท์สตัดท์ Altstadt หรือย่านเมืองเก่าที่มีบ้านกรอบไม้สมัยศตวรรษที่ 16-17 เรียงรายตามถนนทั้งสาย โดดเด่นในเรื่องคานไม้แกะสลัก บ้าน Hoppener Haus ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1532 คือบ้านที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาบ้านกรอบไม้ด้วยกันในเมืองแห่งนี้ นำท่านเดินทางสู่ “เมืองเบรเมน” (Bremen) (120 กม.)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เมืองเบรเมนเมืองที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำวาร์เซอร์ (Weser) ใกล้ๆ กับทะเลเหนือ ถือเป็นชายฝั่งที่เก่าแก่ที่สุดของเยอรมัน โดยแต่เดิมนั้นเบรเมนเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ และได้มีการพัฒนาจนกลายมาเป็นเมืองท่าที่สำคัญของเยอรมันอย่างมาก นำท่านชม “จัตุรัสมาร์คพลัทซ์” ที่มีศาลาประชาคมรูปทรงสมัยฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ประติมากรรมโรลันด์ และวิหารทรงโกธิคเซนต์เพทรี เดินเล่นบนถนนชื่อดังเบิทเซอร์ตราเซและย่านชนอร์ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ส่วนตลาดไฟรมาร์คที่เบือร์เกอร์ไวเด ซึ่งมีอายุยาวนานกว่า 960 ปีนับว่าเป็นตลาดนัดประจำปีใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเยอรมัน นำท่านล่องเรือชมความงดงามของ แม่น้ำเวเซอร์ เป็นเส้นทางค้าขายมที่สำคัญของพ่อค้าชาวเหนือมาอย่างยาวนาน เนื่องจากปากน้ำที่กว้างขวาง ทำให้เมืองเบรเมน เป็นพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนสินค้าและยังเป็นพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิทยาศาสตร์และการเมืองอีกด้วย ด้วยความเจริญรุ่งเรือง เมืองเบรเมนจึงเป็นเมืองที่มีเอกราชอย่างยาวนาน(มีธนบัติและเหรียญกษาปณ์ใช้เอง) ซึ่งช่วยส่งเสริมการค้าและการเดินเรือ และปกป้องเมืองจากการถูกยึดครอง / ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ “เมืองฮัมบูร์ก” (Hamburg)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: RADISSON BLU HOTEL, หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินชม“เมืองฮัมบูร์ก” (Hamburg) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศเยอรมนี รองลงมาจาก เบอร์ลิน และตั้งอยู่ระหว่างทะเลเหนือกับทะเลบอลติก ฮัมบูร์กยังเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ชมโบสถ์เซนต์ไมเคิล สร้างปี ค.ศ.1669 ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์และสิ่งก่อสร้างแห่งแรกทางฝั่งเมืองใหม่ จากนั้น ชมอาคารชีลีเฮ้าส์ (Chilehuas) สร้างด้วยอิฐทั้งหลังในรูปแบบบลิก-เอ็กเพรสชั่นนิสต์ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก เข้าสู่ “ย่านจัตุรัสกลางเมือง” ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลากลางของเมืองฮัมบูร์ก เป็นอาคารที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ในเขตใจกลางเมืองใกล้ๆ กับทะเลสาบ Binnenalster เปรียบเสมือนหัวใจของฮัมบูร์ก โดยอาคารถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี ค.ศ.1866-1897 ในสไตล์นีโอ-เรอเนสซองซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเขตเมืองเก่า จากนั้น ชม “สไปเชอร์สตัต” (Speicherstadt) โกดังเก่าแก่ริมน้ำ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1883 ในรูปแบบนีโอคลาสสิค-โกธิก ในช่วงเวลาดังกล่าวที่นี่เคยมีโกดังสินค้าริมน้ำมากที่สุดในโลกจนทำให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปัจจุบัน นำท่านเดินทางสู่ “เมืองลือเบค” (Lbeck) (67 กม.) (มรดกโลก UNESCO World Heritage)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ลือเบคเป็นอีกเมืองท่าที่ตั้งอยู่ใน รัฐชเลสวิก-โฮลชไตน์ของเยอรมนี อยู่บนฝั่งแม่น้ำทราเวอ เป็นเมืองท่าอันเก่าแก่แห่งนี้ยังคงมากไปด้วยกลิ่นอายของเมืองยุคกลาง อาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ล้วนถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมโกธิค อาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ล้วนนิยมก่อสร้างโดยการใช้อิฐเสียเป็นส่วนมาก นั่นจึงเป็นเหตุที่ช่วยให้เมืองได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ.1987 นำท่านชมประตูเมือง Holstentor ซึ่งถือว่าเป็นอีกสัญลักษณ์ของเมืองลือเบค ชมศาลาว่าการ “เมืองลือเบค” (Lbecker Rathaus) ซึ่งเป็นศาลากลางของเมืองที่สร้างในสไตล์โกธิค ที่รายล้อมไปด้วยอาหารเก่าแก่ยุคกลางที่เป็นร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก เดินทางสู่ “เมืองชเวริน” (Schwerin) (69 กม.) ชเวรินเป็นเมืองหลวงของ แคว้นเมคเลนบูร์ก-ฟอร์พอมเมิร์น จากนั้น นำท่านเดินเข้าสู่เขตเมืองเก่าที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในแคว้นเมคเลนบูร์ก เมืองเก่าชเวรินเคยถูกเพลิงไหม้มาหลายครั้งแต่ก็ยังคงมีบ้านเก่าหลายหลังที่ยังรอดพ้นมาได้ ชมบ้านไม้สไตล์ กึ่งไม้ผสมปูน (Half Timber) หลังเล็กๆน่ารัก เสมือนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเก่าชเวรินไปแล้ว
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ท้องถิ่น เมนูสเต๊กเนื้อรสเลิศ (ท่านที่ไม่ทานเนื้อวัวกรุณาแจ้งแผนกเซลล์)
ที่พัก: NH HOTEL, SCHWERIN หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารนำท่านเข้าชมภายในปราสาทชเวริน (Schwerin Castle) พระราชวังสมัยเรอเนซองส์ ปราสาทชเวรินล้อมรอบด้วยภูมิทัศน์อันงดงามที่ประกอบด้วยทะเลสาบและป่าไม้ ดูเหมือนปราสาทในเทพนิยาย ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเกาะในทะเลสาบชเวรีนหนึ่งในทะเลสาบที่งดงามของเยอรมัน ชมห้องต่างๆที่ตกแต่งอย่างหรูหรา และสวนที่สวยงาม มีเวลาให้ท่านได้ชมความงดงามของสวนรอบๆ ปราสาท / จากนั้นเดินทางสู่ “เมืองวิสมาร์” (Wismar) (49 กม.) เมืองท่าที่สำคัญทางตอนเหนือของเยอรมนี อยู่ริมทะเลบอลติก มีอาคารเก่าแก่จากยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2002 นำท่านชมบริเวณท่าเรือเก่า (Old Hansa Harbor) ซึ่งมีเสน่ห์และสวยงามอย่างมาก นำท่านเดินเข้าสู่เขตเมืองเก่าเป็นที่ตั้งของมหาวอหารนิโคไล (Nikolaikirche) วิหารเก่าแก่คู่เมืองวิสมาร์และเป็นที่เคารพสักการะของชาวเรือเป็นอย่างยิ่ง จากนั้น อิสระทุกท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย เดินทางสู่ “เมืองรอสต๊อค” (Rostock) (62 กม.) เมืองริมทะเลที่มีสถาปัตยกรรมอิฐสไตล์กอธิกที่สวยงามในยุคฮันเซียติกที่โดดเด่นในศตวรรษที่ 14-15 รอสต๊อคเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐเมคเลนบูร์ก-ฟอร์พอมเมิร์นซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศเยอรมนี และอยู่ริมฝั่งทะเลบอลติก นำท่านเข้าสู่ “ย่านเมืองเก่า” ชมศาลาว่าการเมือง (Rathaus) สไตล์ศิลปะสมัยบาร๊อค ชมมหาวิทยาลัยรอสต๊อก ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1419 ถือเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นำท่านล่องเรือในแม่น้ำวาร์โนว์ (Warnow River Cruise) ชม Alter Strom ซึ่งเป็นแม่น้ำสายย่อยที่เก่าแก่และมีเสน่ห์ในย่านชานเมืองของ Warnemnde ที่ริมฝั่งจะเรียงรายไปด้วยกระท่อมชาวประมงน่ารักๆ สีสันสวยงาม (งดล่องเรือในช่วงฤดูหนาว พ.ย.-มี.ค.)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารเมนูพิเศษ ซีฟู๊ดรสเลิศ พร้อมเครื่องดื่ม
ที่พัก: RADISSON BLU HOTEL, ROSTOCK หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่ท่าเรือเฟอร์รี่เมืองรอสต๊อก นำท่านลงเรือเฟอร์รี่ข้ามทะเลบอลติกแสนสวยสู่เมืองเกดเซอร์ (Gedser) เมืองท่าที่สำคัญของทะเลบอลติก ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะฟอลสเตอร์ของ “ประเทศเดนมาร์ก” และยังเป็นจุดใต้สุดของสแกนดิเนเวียและกลุ่มประเทศนอร์ดิกอีกด้วย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่ “เมืองรอสไคลด์” (Roskilde) (132 กม.) นำท่านชมเมืองรอสไคลด์ เมืองเก่าที่มีอยู่กว่า 1,000 ปี เคยเป็นทั้งศูนย์กลางของชาวไวกิ้งและเคยเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองระบอบกษัตริย์ ชมมหาวิหารแห่งรอสไคลด์ (Roskilde Domkirke) มหาวิหารกอธิคแรกที่ถูกสร้างขึ้นจากอิฐสีแดง สถานที่เก็บพระศพของกษัตริย์และราชวงศ์เดนมาร์ก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1995 ได้เวลาอันสมควร เดินทางสู่ “กรุงโคเปนเฮเก้น” (34 กม.)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก: SCANDIC PALACE HOTEL, COPENHAGEN หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารนำท่านเข้าชม “พระราชวังโรเซนบอร์ก” (Rosenborg Castle) พระราชวังอันสวยงามแห่งนี้ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโคเปนเฮเกน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 โดยพระเจ้าคริสเตียนที่ 4 พระมหากษัตริย์ที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของเดนมาร์ก สถาปัตยกรรมเป็นแบบดัตช์เรเนซองส์ (Dutch Renaissance) นำท่านชม “ไนต์ส ฮอลล์” (The Knights’ Hall) ซึ่งจัดแสดงบัลลังก์ที่ใช้ในพิธีราชาภิเษกของราชวงศ์เดนมาร์ก และรูปปั้นสิงโตเงินขนาดเท่าของจริงที่ปกป้องบัลลังก์อยู่ นำท่านชมเครื่องราชกกุธภัณฑ์ประดับเพชรที่ใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของราชวงศ์เดนมาร์ก ซึ่งเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของเดนมาร์กเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ชุดเดียวในโลกที่มีการสวมใส่จริงโดยราชวงศ์และนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ให้บุคคลธรรมดาได้เข้าชม กลับสู่ ใจกลางเมืองโคเปนเฮเก้น นำท่านถ่ายรูปคู่กับ เงือกน้อยลิตเติ้ลเมอร์เมด (Little Mermaid) ชมน้ำพุเกฟิออน เทพธิดาผู้เสียสละกับบุตรชายที่ร่วมสร้างเกาะซีแลนด์ขึ้นมาให้ชาวเดนมาร์กตามความเชื่อ นำท่านชมจตุรัส “พระราชวังอามาเลียนบอร์ก” (Amalienborg Palace) ที่ประทับในฤดูหนาวของราชวงศ์แห่ง เดนมาร์ก ชมจตุรัสซิตี้ฮอลล์ อาคารเทศบาลเมืองเก่า เขตย่านใจกลางเมือง นำท่านเดินทางสู่ “ย่านนูฮาวน์” Nyhavn ซึ่งเป็นท่าเรือเก่าที่มีการขุดคลองเชื่อมต่อกับทะเลและยังเป็นที่ตั้งของบ้านเรือนตั้งแต่ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 17 เรียงรายเป็นภาพที่งดงาม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น เมนู ซี่โครงหมูอบรสเลิศ
บ่าย หลังอาหาร อิสระกับ ช้อปปิ้งย่านถนนคนเดิน “สตรอยเกท” เป็นถนนคนเดินที่คึกคักที่สุดสแกนดิเนเวีย มีสินค้าแบรนด์เนมมากมายทั้งของเดนมาร์กเองและของนำเข้ารวมถึงนาฬิกาสวิสฯ ราคาพิเศษ ท่านอาจลองชิมช็อคโกแลตร้อนรสเลิศจากร้านลา กลาซ (La Glace) ร้านชื่อดังที่ตั้งอยู่กลางถนนสตรอยเกท์ **สำหรับท่านที่ไม่ชอบการช้อปปิ้งอาจใช้บริการล่องเรือชมคลองซึ่งเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของกรุงโคเปนเฮเกน (สอบถามจากหัวหน้าทัวร์) หรือเข้าชมสวนสนุกทิโวรี สวนสนุกเก่าแก่ของยุโรป (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) **
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย / นำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก: SCANDIC PALACE HOTEL, COPENHAGEN หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินโคเปนเฮเก้น
14.25 ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินไทย แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ TG 951
06.00 เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา