
19.30 น. คณะเดินทางพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 8 แถว N สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ (TK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
22.45 น. ออกเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรเคีย โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK69 ( บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
04.45 น. เดินทางถึง เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรเคีย แวะเปลี่ยนเครื่อง
06.50 น. ออกเดินทางสู่ เมืองปอร์โต้ ประเทศโปรตุเกส โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK1449 ( บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
09.45 น. เดินทางถึง สนามบินเมืองปอร์โต้ ประเทศโปรตุเกส หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร เดินทางสู่ เมืองบรากา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ และมีการเจริญอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของเมืองเป็นบรรยากาศแบบเมดิเตอเรเนียน เรียกว่าเป็นเมืองที่ครบเครื่องและติดอันดับยอดนิยมของนักท่องเที่ยว นำท่านนั่งรถไฟฟ้าขึ้นสู่เนินเขาเพื่อเข้าชมโบสถ์ Bom Jesus do Monte ที่ได้รับการขึ้น ทะเบียนเป็น มรดโลกเมื่อปี 2019 ตั้งตระหง่านอยู่บนเนิน เขาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 14อาคารสไตล์นีโอคลาสสิกเรียบง่ายที่มีบันไดแบบบารอค ตกแต่งตกแต่งอย่างสวยงาม ชม มหาวิหารแห่งเมืองบราก้า (Braga Cathedral) วิหารที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง สร้างขึ้นในแบบของ การผสมผสานศิลปะแบบโกธิคและบารอค โดยมหาวิหารถูกสร้างขึ้นนในช่วงศตวรรษที่ 3
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เดินทางสู่ เมืองกิมาไรซ์ (Guimaraes) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที เมืองหลวงแห่งแรกของโปรตุเกส เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่สวยที่สุด ตัวเมืองตั้งอยู่ในหุบเขาที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูง กลางใจเมืองเป็นที่ตั้งของปราสาทกิมาไรซ์ สร้างตั้งแต่ยุคกลาง เป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เดินเที่ยวชมเขตเมืองเก่า วังของดยุคแห่งบรากันซา โบสถ์พระแม่แห่งต้นมะกอก และลานระเบียงแบบโรมันเนสก์ ล้วนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก นำท่านเดินทางสู่ เมืองปอร์โต้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 รองจากกรุงลิสบอน เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมสมัยกลางที่สวยงามอยู่หลายแห่งและเป็นเมืองที่เป็นแหล่งผลิตเหล้าปอร์ต (Port) ที่มีชื่อเสียง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก
Hf Ipanema Park Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านชม เมืองปอร์โต้ ที่มาของชื่อประเทศโดยมาจากคำว่า Portus & Cale ซึ่งใช้เรียกเมืองสองฝั่งแม่น้ำ Douro แล้วกลายมาเป็น Portugal ในปัจจุบัน เรือขนไวน์โบราณ Rabelos จอดเรียงรายให้หวนนึกถึงความมั่งคั่งในยุคก่อน นำท่านชม มหาวิหารแห่งปอร์โต้ ชมวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาบ้านเรือนลดหลั่นสูงต่ำสลับกันย่าน Praa dos Liberdade จตุรัสใจกลางเมือง เรียงรายไปด้วยอาคารสวยงามที่เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองแบบนีโอคลาสสิค, รูปปั้นของอดีตกษัตริย์โปรตุเกส , Torre dos Clligos หอคอยเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี ท่านสามารถขึ้นบันได 240 ขั้นเพื่อชมวิวเมืองได้และแฟนคลับแฮรี่ พ็อตเตอร์ ไม่ควรพลาดมาเยี่ยมชม ร้านหนังสือ Livraria Lello สถานที่สำคัญและน่าสนใจทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมและวรรณกรรม ร้านหนังสือแห่งนี้ได้รับการเลือกจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ และสำนักข่าวชั้นนำของโลก เป็นร้านหนังสือที่ เจ. เค. โรว์ลิง นักเขียนนวนิยายชาวอังกฤษ แฮร์รี่ พอตเตอร์
นวนิยายแฟนตาซีที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามและประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักทั่วโลก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นําท่านออกเดินทางสู่ เมืองอเวโร่ (Aveiro) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เมืองศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมที่สําคัญแหล่งหนึ่งของโปรตุเกสซึ้งอดีต เคยเป็นเมืองท่าที่เจริญมากๆ เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น “เวนีสแห่งลุ่มแม่น้ำโปรตุเกส” นำท่านแวะชม สถานีรถไฟอเวโร่ Aveiro Station ประกอบไปด้วยอาคารสอง หลัง คือหลังเก่าและหลังใหม่ อาคารหลังเก่าตกแต่งด้วยกระเบื้องสีฟ้า ซึ่งแสดง ถึงประเพณี วัฒนธรรม ของชาวโปรตุเกส แม่น้ำโวลก้า ชาวประมง โบสถ์คริสต์ และอื่นๆ ส่วนอาคารใหม่เป็นสีขาวทั้งหลังและเป็นอาคารหลักในการให้บริการ ส่วนหลังเก่าไว้สำหรับเยี่ยมชม
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก
Melia Ria Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่ เมืองโคอิมบรา (Coimbra) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง นำท่านชมเมืองโคอิมบรา อดีตเมืองหลวงของปอร์ตุเกสในปีค.ศ.1145 ตั้งอยู่บน เนินเขาเหนือแม่น้า มอนเดโก สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยโรมัน ชมศาลาว่าการ อาคาร บ้านเรือนโบสถ์สไตล์บารอก หอนาฬิกา หอสมุดที่เก่าแก่ที่สุดของโปรตุเกส ชมย่าน เมืองเก่าของโคอิมบรา ซึ่งมีตึกเก่าๆ ที่ยังคง ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านสู่ เมืองเบตาลยา (Batalha) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ชั่วโมง เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาในเขตเลเรีย บาตาลยา กลายเป็นเมืองสำคัญที่มีสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญและได้รับยกย่องให้เป็น มรดกโลกจากองค์การยูเนสโก นำท่านเข้าชมโบสถ์บาตาลยา Batalha Monastery หรือ Mosteiro De Santa Maria Da Vitoria โบสถ์แห่งสร้างเพื่อถวายพระแม่มารีตั้งอยู่ใกล้กับสนามรบ ที่พระเจ้าฌูเอาว์ที่ 1 (Joo I) แห่งโปรตุเกส นำทหารโปรตุเกส รบกับพระเจ้า จอห์นที่ 1 กษัตริย์แคว้นคาสตีล (John I of Castile) ซึ่งมาอ้างสิทธิการครอบ ครองราชย์บัลลังก์และแผ่นดินโปรตุเกส ผ่านราชินีของตน จนมีชัยชนะ ในปี ค.ศ.1385 โบสถ์นี้ สร้างโดยพระเจ้าฌูเอาว์ที่ 1 (Joo I) เพื่อถวายพระแม่มารี ตามค าอธิษฐานขอพรให้ก่อนออกรบ ตั้งอยู่ใกล้กับสนามรบ ที่พระเจ้าฌูเอาว์ที่ 1 (Joo I) แห่งโปรตุเกส นำทหารโปรตุเกส รบกับพระเจ้าจอห์นที่ 1 กษัตริย์ แคว้นคาสตีล (John I of Castile) ซึ่งมาอ้างสิทธิครอบครองราชบัลลังก์และ 6 แผ่นดินโปรตุเกส ผ่านราชินีของตน จนมีชัยชนะ และด้วยความสวยของโบสถ์ แห่งนี้ส่งผลให้โบสถ์นี้ กลายเป็นศิลปะชิ้นเอกอีกแห่งหนึ่งของโปรตุเกส จึงได้รับ กำรประกำศให้เป็นมรดกโลก จากองค์กรยูเนสโก นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองนาซาเร่ (Nazare) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที เดินเคยเป็นหมู่บ้าน ชาวประมงเล็กๆ แต่ความที่มีหาดทรายกว้างและสวยงาม ทำให้เป็นที่นิยมของชาวโปตุเกสและชาวยุโรป มี นักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเที่ยวพักผ่อนในช่วงฤดูร้อนทำให้หมู่บ้านขยายตัวเป็นเมืองและกลายเป็นเมืองตาก อากาศที่โด่งดัง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก
Miramar Sul Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่ เมืองอัลโคบาซา (Alcobaca) เมืองทางตอนกลางของประเทศโปรตุเกส ตั้งอยู่ในจังหวัด อูเอส เต้ มีประชากรอาศัยไม่ถึง 60,000 คน นำท่านถ่ายรูป อารามซานต้ามาเรีย Santa Maria Monastery ศาสน์สถานที่ถูกสร้าง ขึ้นโดย อฟองโซ่ เฮนริค เพื่อระลึกถึงชัยชนะที่แย่งชิงดินแดนได้จากชาวมัวร์เมื่อปี ค.ศ.1147 ถูกขนานนามว่าเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกสไตล์ ซิสเตอร์เชี่ยนโกธิค ซึ่ง เป็นหนึ่งในวิหารสไตล์โกธิคที่ สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศโปรตุเกส นอกจากนี้อาราม ซานต้ามาเรียยังได้รับการรับรองเป็นมรดกโลก โดยยูเนสโก้ เมื่อปี ค.ศ.1989 และยังเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกสอีกด้วย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฟาติมา (Fatima) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที เมืองซึ่งเป็นที่รู้จักของผู้แสวงบุญผู้ซึ่งเดินทางมาสักการะบูชาพระแม่มารีที่มหาวิหารขนาดใหญ่ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่พระแม่มารี ตามตำนานเล่าว่า เด็กเลี้ยงแกะ 3 คน นามลูเซีย, ฟรานซิสโก้, และจาซินต้า ได้พบกับพระแม่มารีอาหรือพระแม่พระประจักษ์ที่ทรงเสด็จมามอบข่าวสารจากสวรรค์ให้กับมนุษย์
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่าน เข้าชมมหาวิหารฟาติมา มหาวิหารที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1928 โดยในทุกๆปีจะมีชาวคาทอลิคผู้แสวงบุญเดินทางมาสักการะบูชาพระแม่มารีย์นับล้านคนในมันที่ 13 พฤษภาคม และ 13 ตุลาคม จากนั้นนำท่าน เข้าชมถ้ำโมด้า (Moeda Cave) ซึ่งถูกค้นพบโดยบังเอิญ เมื่อปี ค.ศ.1971 โดยนายพรานสองคนซึ่งกำลังล่าสุนัขจิ้งจอกเป็นผู้ค้นพบ ตัวถ้ำมีความยาวราว 350 เมตร และ ลึก 45 เมตรอุณหภูมิในถ้ำเย็นสบายที่18 องศาเซลเซียส นำท่านชมหินงอกหินย้อยที่เรียงตัวอย่างสวยงามภายในถ้ำ นำท่านเดินทางสู่ เมืองออบิโดส (Obidos) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ชั่วโมง เมืองป้อมปราการโบราณ ซึ่งมีประชากรอยู่เพียงหมื่นกว่าคนใน ปัจจุบัน ชื่อเมืองตั้งมาจากภาษาละตินโบราณ ซึ่งแปลว่า ป้อมปราการอันแข็งแกร่งก่อตั้งขึ้นโดยอาณาจักรโรมัน และยึดครองโดยแขกมัวร์เมื่อช่วงศตวรรษที่ 7 และ อีก 400 ปี ถัดมาได้ถูกยึดครองโดย อฟองโซ่ เฮนริค กษัตริย์ องค์แรกแห่งโปรตุเกส
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก
Sana Silver Coast Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านชมบริเวณเมืองเก่าออบิโดส ที่ยังคงอนุรักษ์ความดั้งเดิมไวตั้งแต่รุ่นโบราณ ราวกับว่าวันเวลาจะหยดุนิ่งอยู่ที่ต้นยุคกลางเมื่อครั้งที่กษัตริย์เนิสได้ส่งมอบเมืองออบิโดสนี้ให้แก่แม่นางอิซาเบลแห่งอาณาจักรอารากอน เป็นของขวัญวันอภิเษกสมรสเมื่อ ค.ศ. 1282 ป้อมปราการและปราสาทออบิโดสถูกขนานนามเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกส
นำท่านเดินทางสู่ เมืองมาฟรา (Mafra) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ชั่วโมง นำท่านแวะถ่ายรูปกับ พระราชวังมาฟรา Mafra Palace พระราชวังที่ผสานศิลปะสอง สไตล์เข้าด้วยกัน ระหว่างบาโรคและอิตาเลี่ยนนีโอคลาสสิค ก่อสร้างช่วงต้นศตวรรษที่ 17 พระราชวังแห่งนี้ถูกใชร้องรับเป็นที่ประกอบราชพิธีมากมายเนื่องจาก มีอาณาเขตกว้างขวางกว่า 40,000 ตารางเมตร นับเป็นหนึ่งในพระราชวังของประเทศที่มีเนื้อที่กว้างขวางที่สุด แห่งหนึ่งก็ว่าได้ นำท่านเดินทางสู่เมืองซินตรา (Sintra) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ในปี ค.ศ. 1995 เมืองซินตราได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกด้านภูมิทัศน์วัฒนธรรม
เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร หลังจากนั้น นำท่านเข้าชมพระราชวัง Palacio Nacional Sintra เป็นพระราชวังยุคกลางที่ได้รับการ อนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในโปรตุเกสและเป็นที่โปรดปรานของขุนนางชาว โปรตุเกส การตกแต่งภายนอกแบบโกธิกที่เรียบง่ายของพระราชวัง นำท่านถ่ายรูปด้านนอก พระราชวังพีน่า (Pena National Palace) พระราชวัง ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองซินตร้า โดยพระราชวังแห่งนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในเจ็ด สิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกส ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ ได้กลายเป็ นหนึ่ง ในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโปรตุเกส นำท่านเดินทางสู่ คาโบ ดา รอคคา (Cabo Da Roca) แหลมรอคคาตั้งอยู่สุดของทวีปยุโรปด้าน ทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ฝั่งตรงข้ามเป็นทวีปอเมริกา 4 แหลมรอคคาตั้งอยู่บนหน้าผาสูงประมาณ 150 เมตรจากระดับน้ำทะเล บริเวณแหลมรอคคามีมีประภาคารซึ่งมีความสำคัญในการ
ป้องกันแนวชายฝั่ง ทะเลและการเดินเรือจนใช้มาถึงปัจจุบัน
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงลิสบอน (Lisbon) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที เมืองหลวงของโปรตุเกส ตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเตโย “Tejo” ลิสบอนเป็นเมืองที่มีประวัติยาวนานกว่า 800 ปี
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก
Vip Grand Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ เมืองแอวูรา (vora) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นเมืองและเทศบาลแห่งหนึ่งทางตอนกลางของประเทศโปรตุเกส แอวูราได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก เนื่องจากตัวเมืองเก่าได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี มีกำแพงเมืองยุคกลางโอบ ล้อมเมืองเก่า และมีสิ่งก่อสร้างจา นวนมาก ซึ่งมีอายุย้อนไปได้ถึงยุคทางประวัติศาสตร์ หลายยุค เช่น วิหารโรมัน นำท่านชมย่านเมืองเก่า
เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงลิสบอน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง นำท่านช้อปปิ้งย่าน ถนน Avenida da Liberdade ถนนสายช้อปปิ้งที่สร้างในช่วงปลายศตวรรษที่19 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากถนน Champs-lyses ของปารีส เช่นเดียวกับถนนสายสำคัญอื่นๆ ในยุโรป เป็นถนนที่มีต้นไม้เรียงรายซึ่งเชื่อมระหว่างจัตุรัสสองแห่ง (Praa dos Restauradores และ Praa Marqus de Pombal) และเป็นที่รู้จักจากร้านค้าหรูหรา เป็นถนนที่เชื่อมจากเขตเมืองเก่าผ่าใจกลางเมืองไปสุดทางที่จัตุรัสมาร์เกส เดอ ปอมบาล ที่มี อนุสาวรีย์ของมาร์เกส เดอ ปอมบาล ยืนโดดเด่นเป็นสง่า อยู่บนเสาสูง อิสระกับการช้อปปิ้งสินค้าชื่อดังมากมาย อาทิ Louis Vuitton, Gucci, Loewe, YSL เป็นต้น
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก
Vip Grand Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังจากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูป อนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1960 เพื่อฉลองการครบ 500 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายเฮนรี่ เดอะเนวิเกเตอร์ แวะถ่ายรูปกับ หอคอยเบเล็ง “Belem Tower” เดิมสร้างไว้กลางน้ำเพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือเข้าออก เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือ ออกไปสำรวจและค้นพบโลกของ วาสโก ดากามา นักเดินเรือชาวโปรตุเกสชมภายนอก มหาวิหารเจอโร นิโม “Jeronimos Monastery” ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ “วาสโกดากามา” ที่เดินทางสู่อินเดียเป็นผลสำเร็จ ในปี ค.ศ.1498 และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ว่าให้เป็นมรดกโลก
เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่สนามบิน
17.05 น. ออกเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรเคีย โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK1760 ( บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
23.40 น. เดินทางถึง เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรเคีย แวะเปลี่ยนเครื่อง
01.55 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK68 ( บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
15.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา