
16.00 น.
คณะเดินทางพบกัน ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ชั้นผู้โดยสารขาออก เพื่อทำการเช็คอินและรับบัตรโดยสาร โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวกตลอดขั้นตอนการเช็คอิน และหัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง
18.55 น.
เหินฟ้าจากสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ สู่มหานครมุมไบ โดยสายการบิน THAI AIRWAYS เที่ยวบินที่ TG317 บนเครื่องบินมีอาหารบริการ
21.55* น.
(เวลาท้องถิ่น) คณะเดินทางถึงสนามบินนานาชาติ CHHATRAPATI SHIVAJI เมืองมุมไบ อาคารผุ้โดยสารระหว่างประเทศ หลังเสร็จพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจสัมภาระเรียบร้อยแล้ว… นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
*เวลาอินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชม.
ที่พัก
HOTEL SUBAH INTERNATIONAL, HOTEL MIRAGOR เมืองมุมไบ หรือระดับเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 1)
จากนั้น เชคเอ้าท์สัมภาระ ออกชมนครมุมไบ
นำชม ประตูสู่อินเดีย (GATEWAY OF INDIA) ที่สร้างขึ้นเพื่อรับเสด็จฯ พระเจ้าจอร์จที่ 5 (KING GEORGE V) และพระราชินีแมรีQUEENMARY) สู่อินเดียเมื่อปี ค.ศ. 1911 ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลทิศใต้ของเมือง และเป็นจุดที่ทหารอังกฤษที่ปกครองประเทศอินเดียเดินทางออกจากประเทศอินเดีย หลังวันประกาศอิรภาพของประเทศอินเดีย เมื่อปีคริสต์ศักราช 1947
จากบริเวณนี้ ท่านจะได้เห็นโรงแรม THE TAJ MAHAL PALACE HOTEL โรงแรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองมุมไบ
จากนั้น
นำท่านสักการะพระพิฆเณศวรศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองมุมไบ ณ เทวาลัย สิทธิวินายัค (SIDDHIVINAYAK TEMPLE) ที่มีชื่อเสียงที่สุดของอินเดีย นับถือกันว่าเป็นองค์ประธานของเทวรูปพระพิฆเนศทุกองค์ในโลก โดยองค์เทวรูป มีขนาดความสูง 75 เซนติเมตร และหน้าตักกว้าง 60 เซนติเมตร โดยงวงหันไปทางขวา ซึ่งมีความหมายว่าให้พรสมปรารถนาที่ทันใจ แต่ผู้สักการะนั้นต้องเป็นผู้ที่เคร่งครัดในการสวดภาวนา โดยด้านข้างขององค์เทวรูปจะปรากฏพระมเหสี 2 พระองค์ คือพระนางสิทธิ และพระนางพุทธะ ประทับอยู่ทั้ง 2 ด้าน
*** การขอพรจากพระพิฆเนศนั้น เมื่อขอจากองค์พระพิฆเนศแล้ว มีความเชื่อว่าต้องไปกระซิบคำอธิษฐานกับ มุสิกะ หนูเทวพาหนะของพระองค์ท่านเพื่อเป็นการนำคำอธิษฐานของเราไปกราบทูลต่อพระพิฆเนศอีกครั้ง ***
*** วัดสิทธิวินายค ไม่อนุญาตให้นำกล้องถ่ายภาพ หรือกล้องวีดีโอ รวมไปถึงอุปกรณ์ที่สามารถบันทึกภาพและวิดีโอเข้าไปภายใน ***
นำท่านสักการะวัดพระแม่ลักษมีหน้าทอง ( Shree Mahalakshmi Temple ) เป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดของอินเดียสร้างขึ้นในปีค.ศ.1831โดยพ่อค้าชาวฮินดูตั้งอยู่ในย่านที่ที่ดินมีราคาสูงที่สุดในมุมไบภายในประดิษฐานเทวรูปทองคำพระแม่ลักษมี (Makalakshmi) ผู้ที่มากราบไว้จะประสบแต่ความร่ำรวย ความสำเร็จ โชคลาภมากมาย, พระแม่กาลี (Mahakali) คือผู้ปกป้องเราจากสิ่งไม่ดี, พระแม่สุรัสวดี (Mahasaraswathi) คือผู้ที่บันดาลความเฉลียวฉลาดปัญญาเป็นเลิศ การงานสำเร็จซึ่งวัดแห่งนี้เป็นที่นิยมของชาวอินเดียและชาวไทยเดินทางมากราบไหว้สักการะมากมายและบริเวณหน้าวัดยังมีร้านค้าให้บูชา เครื่องราง และรูปบูชาองค์เทพต่างๆสีสันสวยงามแปลกตา ขอพรเพื่อโชคลาภ เงินทองและความรัก
ได้เวลาอันสมควรนำท่านกลับโรงแรมที่พัก
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหาร (มื้อที่ 2)
จากนั้นเดินทางสู่สนามบิน ภายในประเทศ เชคอินสัมภาระที่เคาน์เตอร์สายการบิน
บินสู่เมือง ออรังคาบัด โดยสายการบิน........ เที่ยวบินที่.........
.......... น.
ถึงเมืองออรังคาบัด รับกระเป๋าดินทาง นำท่านเดินทางเข้าที่พัก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 3)
ที่พัก
HOTEL THE FERN RESIDENCY, HOTEL CLICK เมืองออรังคาบัดหรือระดับเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 4)
ออกเดินทางสู่ถ้ำอชันต้า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
นำท่านขึ้นชม ถ้ำอชันต้า (Ajanta Caves) ถ้ำมรดกโลกแห่งพุทธศาสนา สร้างเข้าไปในร่องเขา ซาหะยาตรี ซึ่งเกิดจากลาวาที่ไหลมาจากการระเบิดของภูเขาไฟ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1983 ชมความงดงามและอลังการของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ก่อนถูกทอดทิ้งให้รกร้างกลางป่าจึงรอดพ้นจากการทำลายล้างจากกองทัพผู้รุกราน จนมาถูกค้นพบอีกครั้งโดยบังเอิญจากนายทหารอังกฤษในศตวรรษที่ 19 ภายในถ้ำท่านจะได้ชมงานแกะสลักเสาอันงดงามและวิจิตรบรรจง ชมพระพุทธรูปและเจดีย์ศิลาที่สกัดและตกแต่งขึ้นจากหินเนื้อเดียวกันกับพื้นผนังถ้ำยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า 1,200 ปี มีความงดงามสมบูรณ์ด้วยเทคนิคการเขียนภาพสามมิติ ภาพสีเฟรสโก้อันน่าอัศจรรย์ พระพุทธรูปศิลา ตัวงานศิลปกรรมภายในถ้ำเป็นการผสมผสานกันระหว่างศิลปะในพุทธศาสนานิกายมหายานและหินยาน ประกอบไปด้วยงานหลัก 2 ส่วน คือ เจดีย์และหอสวดมนต์ ได้แก่ถ้ำหมายเลข 9,10,19,26 และ 29 ที่เหลืออีก 25 ถ้ำเป็นพระวิหาร สร้างขึ้นในสองช่วงเวลาห่างกันประมาณ 4 ศตวรรษ งานประติมากรรมแกะสลักส่วนศิลปกรรมของมหายานส่วนใหญ่เป็นจิตรกรรมภาพเรื่องราวพุทธประวัติที่วาดขึ้นตามจินตนาการของจิตรกร นำบรรยายโดยหัวหน้าทัวร์
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหาร (มื้อที่ 5)
อำลาถ้ำอชันต้า ระหว่างทางเดินกลับมาขึ้นรถ อิสระท่านชอปปิ้งสินค้าพื้นเมือง
บ่าย
นำท่านชม Mini Taj Mahal หรือ Bibi Ka Maqbara (บีบี กา มาคบารา) อนุสรณ์สถานราชวงศ์โมกุล โดยออกแบบคล้ายกันกับ ทัชมาฮาล สร้างโดยกษัตริย์ออรังกาเซบ บุตรชายพระเจ้าชาเจฮาน ผู้พ่อที่สร้าง ทัชมาฮาลไว้ให้มเหสีมุมตัสที่เมืองอัครา ถึงแม้บีบี กา มาคบารา สร้างเลียนแบบทัชมาฮาลใหญ่แต่ที่มินิทัชมาฮาลนี้มีหินอ่อนเฉพาะโดม และผนังด้านล่างเท่านั้น ที่เหลือทำจากหินบะซอลต์ฉาบด้วยปูนขาว บริเวณโดยรอบเป็นการทำสวนน้ำตามแบบฉบับราชวงศ์โมกุล จากนั้นนำกลับโรงแรมที่พัก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม (มื้อที่ 6)
ที่พัก
HOTEL THE FERN RESIDENCY, HOTEL CLICK เมืองออรังคาบัดหรือระดับเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7)
จากนั้น เช็คเอ้าท์ สัมภาระ
ออกเดินทางสู่ถ้ำเอลโลร่า Ellora Caves ระยะทาง 30 กิโลเมตร เทือกเขาศิลปะความเชื่อทางศาสนาของพุทธ ฮินดูและเชน แหล่งมรดกโลกโดยยูเนสโก เป็นการเดินชมถ้ำ 3 เทือกเขา บริการนั่งรถของอุทยานฟรี เพื่อไปชมถ้ำเชน ซึ่งหากออกไปงานศิลปกรรมภายในถ้ำเน้นหนักในด้านประติมากรรมแกะสลัก ซึ่งต่างไปจากถ้ำอชันต้า ถ้ำนี้สร้างขึ้นภายหลังที่สร้างถ้ำอชันต้าเสร็จแล้ว เชื่อกันว่าเมื่อพุทธศาสนาเริ่มเสื่อมจากอินเดีย และศาสนาฮินดูกลับมาเจริญขึ้นอีกครั้ง ประกอบไปด้วยถ้ำทั้งหมด 34 ถ้ำ มีความยาว 2 กม. เป็นถ้ำทางพุทธศาสนา 12 ถ้ำ ฮินดู 17 ถ้ำ และเชน 5 ถ้ำ การเรียงลำดับหมายเลข เรียงจากทิศใต้ไปเหนือ เนื่องจากความชันของภูเขาต่างไปจากถ้ำอชันต้า จึงทำให้มีประตูทางเข้าหลายทาง
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารบริเวณหน้าถ้ำ (มื้อที่ 8)
จากนั้น
ออกเดินทางต่อไปยังเมืองปูเณ่ (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4.30 - 5 ชั่วโมง)
ระหว่างทาง มีแวะพักอิริยาบถ และเข้าห้องน้ำสะอาดเพื่อบริการนักท่องเที่ยว
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 9)
ที่พัก
HOTEL THE PRIDE / HOTELROYAL ORCHID CENTRAL เมืองปูเณ่ หรือระดับเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 10)
ทางทัวร์มีชุดบูชาแจกสำหรับท่าน จากนั้นนำท่านสักการะองค์พระพิฆเนศที่ขึ้นชื่อว่าร่ำรวยมากที่สุดในโลก องค์ดั๊กดูเศรษฐ์ (Dagdusheth) พร้อมทำพิธีเป็นการส่วนตัวเฉพาะกลุ่ม โดยการนำของท่านพราหมณ์ ประจำเทวาลัย ดั๊กดูเศรษฐ์ในเมืองปูเณ่ มีความงดงามมากที่สุดองค์หนึ่ง เป็นพระนามของพระพิฆเนศที่ประดิษฐาน ณ เทวสถาน คนอินเดียก็นิยมมาเข้ากราบไหว้พระพิฆเนศที่นี่ เชื่อกันว่าจะทำให้ความปรารถนาของตนสมหวังประสบความสำเร็จ ร่ำรวยเงินทอง มีโชคมีลาภเจริญก้าวหน้า งวงพระองค์เป็นเกรียวดูดทรัพย์ซึ่งผู้คนมากมายที่สมหวังดั่งปรารถนาก็นำเงินทองมาถวายให้เทวสถานแห่งนี้มากมาย ที่ขึ้นชื่อว่าร่ำรวยที่สุดเพราะฐานที่ประดิษฐานขององค์พระพิฆเนศและเครื่องทรงต่างๆล้วนเป็นทองคำและเพชรพลอยที่ประมาณค่ามูลค่าไม่ได้วัดแห่งนี้ สร้างโดยพ่อค้าขนมหวานนามว่า ศรีมันตรา ดั๊กดูเศรษฐ์ฮาลไว ในช่วงปีคริสต์ศักราช 1883 ซึ่งเขาได้สูญเสียบุตรชายจากกาฬโรค อันนำมาซึ่งความโศกเศร้า เพื่อเป็นการปลดปล่อยพันธนาการแห่งความทุกข์ มีคนแนะนำเขาให้สร้างเทวรูปพระพิฆคเณศ จึงเกิดเป็นวิหารแห่งพระพิฆคเณศแห่งนี้ดังเช่นในปัจจุบัน
ในบริเวณใกล้เคียง มีย่านการค้าขายที่เจริญรุ่งเรือง ที่สุดของเมือง นำท่านสัการะ องค์ตุลซีบาค องค์พระพิฆเนศ สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1901 องค์พระพิฆเนศมีความสูงถึง 14 ฟุต หรือประมาณ 4.26 เมตร ประดับพระองค์ด้วยเครื่องประดับที่ทำจากเงินบริสุทธิ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพระมาลา (หมวก) และพระกรรณ (หู) และอีกสิ่งพิเศษที่ทำให้องค์ตุลซีบาค งดงามสะดุดตาคือพระหัตถ์ขวาที่ประทานพรกับพระบาททั้ง 2 ข้าง ทำจากเงินบริสุทธิ์ด้วยเช่นกัน สามารถขอพรได้จากพระบาทท่าน
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวันแบบกล่องอาหารไทย (มื้อที่ 11) *เนื่องจากร้านอาหารในเมืองปูเณ่ส่วนใหญ่เป็นมังสวิรัติ
จากนั้น
นําท่านสักการะ เทวรูปพระพิฆเนศ ณ เทวสถานศรีวรทาวินายกะ (SHREE VARADA VINAYAK TEMPLE) โดยสวยัมภูมูรติองค์นี้หัน พระพักตร์ไปทางทิศ ตะวันออก และงวงหันไปทางซ้าย เป็นเทวสถานแห่ง เดียวที่อนุญาตให้เข้าไปสักการะภายในวิหารได้ ภายนอกวิหารจะปรากฏ ช้างจํานวน 4 เชือก ประดิษฐานอยู่ทั้ง 4 ด้าน หากผู้ใดมาเคารพสักการะ “พระศรีวรทาวินายกะ” จะได้รับมนตราที่ปราศจากโรคภัยไข้ เจ็บทั้งปวง
คําบูชาพระองค์ท่าน “โอม วะระทา วินายะกายะ นะมะหะ
จากนั้นเดินทางต่อไปยังมุมไบ ระหว่างทาง แวะเมืองปาลี (Pali) เขตการ ปกครองของเมืองไรกาด (Raigad)
นําท่านสักการะเทวรูปพระพิฆเนศ ณ.เทวสถานศรีบัลลาเลศวร ( SHREE BALLALESHWAR TEMPLE) โดยสวยัมภูมูรติองค์นี้หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก และงวงหันไปทางซ้าย บริเวณพระเนตร และ พระนลาฏ (หน้าผาก)ประดับด้วยเพชร ประทับอยู่บนบัลลังก์ไม้แกะสลัก โดยมี มุสิกะ หนูเทวพาหนะของพระองค์ท่าน “หากท่านผู้ใด บูชา พระศรีบัลลาเลศวร” ประทานมนตราแห่งความ สมบูรณ์พูนสุข ทั้งจะบังเกิดต่อครอบครัว และคนรัก
คําบูชาพระองค์ท่าน “โอม บัลาเลชวะรายา นะมะหะ”
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารอาหาร (มื้อที่ 12)
ได้เวลาอันสมควร เดินทางเข้าสู่สนามบินมุมไบ เชคอินเคาเตอร์สายการบินไทย
จากนั้นเชิญผ่านพิธี ตรวจคนออกเมือง ในสนามบินเมืองมุมไบมีร้านค้า ร้านแบรนเนมให้ท่านได้เลือกสรรสินค้าที่ไม่เหมือนในเมืองไทย คอลเลคชั่นแบบใหม่เฉพาะเอเชียใต้ นัดพบที่ประตูขึ้นเครื่อง
23.35 น.
ออกเดินทาง โดยเที่ยวบินที่ TG 318 (บริการอาหารบนเครื่อง)
*05.35 น.
คณะเดินทางกลับถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ
* เวลาท้องถิ่นประเทศไทย
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา