
14.50 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ D ประตู 2-3 นำคณะเชคอิน ณ เคาน์เตอร์ สายการบินเวียดเจ็ทแอร์ (VZ) โดยมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวก
17.50 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเฉิงตู ประเทศจีน โดยเที่ยวบินที่ VZ3680 (ไม่มีบริการอาหารบนเครื่อง)เรื่อ
22.00 น. เดินทางถึง สนามบินเฉิงตูเทียนฟู่ หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง และตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ สาธารณรัฐประชาชนจีน (เวลาท้องถิ่นที่จีน เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง กรุณาปรับเวลาของท่านเพื่อความสะดวกในการนัดหมาย)
จากนั้น พักที่ HOLIDAY INN EXPRESS HOTEL หรือระดับเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้น ออกเดินทางสู่ เมืองคังติ้ง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง) ผ่านความคดเคี้ยวของทางด่วน สายหย่าอัน-คังติ้ง ในมณฑลเสฉวนฝั่งตะวันตก
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้น นำท่านแวะชม จุดชมวิวภูเขาเจ๋อโต จุดแวะพักยอดนิยมที่มีทัศนียภาพหิมะ และเทือกเขาสลับซับซ้อนที่สวยงาม ตั้งอยู่บนเส้นทางกาล-ทิเบต มีความสูงระดับ 4,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดชมวิวภูเขาหิมะที่สวยงาม และเป็นประตูสู่เขตทิเบต
ออกเดินทางสู่ เมืองซินตูเฉียว (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง) ผ่านเส้นทางภูเขาสูงที่สวยงาม (ความสูงกว่า 4,000 เมตร) โดยเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างเมืองคังติ้งและเมืองซินตูเฉียวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของช่างภาพ เมืองเล็กๆ ที่มีทิวทัศน์ทุ่งหญ้า แม่น้ำ และภูเขาหิมะเทือกเขากงก้าที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วง
เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
จากนั้น พักที่ PHOTOGRAPHY PARADISE HOTEL หรือระดับเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้น ออกเดินทางไปยัง จุดชมวิวถนน 18 โค้งสิบแปด เป็นจุดที่ท้าทายและโดดเด่นของทางหลวงหมายเลข 318 ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างภูเขาเจียนจื่อวาน (ความสูง 4,659 เมตร) และภูเขาคาจื่อลา (ความสูง 4,718 เมตร) แวะชมความสวยงามของ จุดชมวิวภูเขาคาจื่อลา แวะพักชมวิวทิวทัศน์ภูเขาสูงบนจุดชมวิวของเส้นทางท่องเที่ยวสู่อุทยานย่าติง
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้น ออกเดินทางสู่ เมืองหลี่ถัง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง) ระหว่างทางแวะชม จุดชมวิวภูเขาหูกระต่าย ภูเขาหิมะรูปทรงคล้ายหูกระต่ายที่โดดเด่นท่ามกลางทุ่งหญ้าและหุบเขาบนความสูงกว่า 4,718 เมตร จุดนี้ขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา ด้วยภูเขาหินแกรนิตที่มียอดแหลมสองยอดคล้ายหูกระต่าย และแวะชมความสวยงามของ จุดชมวิวทะเลสาบพี่น้อง อีกหนึ่งจุด หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ทะเลสาบแก้ว" ไข่มุกอันงดงามบนเส้นทางหลวงเสฉวน-ทิเบต เป็นสถานที่ท่องเที่ยวฟรีและเป็นซากธารน้ำแข็งโบราณที่ใหญ่ที่สุดบนที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต มีชื่อเสียงในชื่อ "ธารน้ำแข็งโบราณเต้าเฉิง" ล้อมรอบด้วยยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ดูคล้ายไข่มุกสองเม็ดที่ส่องประกาย หรือน้ำตาแห่งภูเขาหิมะสองหยดที่ตั้งอยู่ตรงเชิงเขา
เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
จากนั้น พักที่ HOLIDAY INN EXPRESS HOTEL หรือระดับเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้น นำท่านเดินทางขึ้นสู่ เขตอนุรกษ์ธรรมชาติเต้าเฉิงย่าติง โดยรถโค้ชอุทยาน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) “ย่าติง” นั้นเป็นสถานที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามทางธรรมชาติของประเทศจีน ตั้งอยู่บนความสูง 4,000 กว่าเมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม) นักท่องเที่ยวจะนิยมเดินทางไปชมความสวยงามของผืนป่าที่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีส้ม สีแดง สลับสีเขียว รวมทั้งความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอันสวยงาม ทะสาบบนยอดเขาที่น้ำใสราวกับพื้นกระจก โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะขาวโพลน ซึ่งเป็นดินแดนที่ถูกเปรียบเปรยไว้ว่า “ดินแดนแห่งสวรรค์บนดิน” ** บริการอาหารกลางวัน (แบบกล่อง) เนื่องจากระหว่างการเดินท่องเที่ยวจะไม่มีร้านอาหาร มีแค่จุดบริการท่องเที่ยวที่จำหน่ายอาหารว่างหรือเครื่องดื่มเท่านั้น ** (หมายเหตุ: ระหว่างทางเดินในอุทยานจะมีห้องน้ำ และถังขยะอยู่เป็นระยะๆ ขอความร่วมมือทุกทิ้งขยะให้เป็นที่ และโปรดช่วยกันรักษาความสะอาด)
การท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติย่าติง มีจุดให้เลือกเดิน 2 เส้นทาง
เส้นทางระยะสั้น เริ่มจาก > ทุ่งหญ้าชงกู – วัดชงกู – ทะเลสาบไข่มุก – จุดชมวิวยอดเขาเซียนหน่ายยื่อ รวมระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง
เส้นทางระยะยาว เริ่มจาก > ทุ่งหญ้ารั่วหลง – จุดชมวิวยอดเขาเซี่ยโยโตเจีย และยอดเขายานม่ายหยง – ทะเลสาบน้ำนม – ทะเลสาบห้าสี รวมระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 7 – 8 ชั่วโมง
ทุ่งหญ้าชงกู่ ทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะสูงตระหง่าน ตรงกลางมีแม่น้ำสีใสพาดผ่านราวกับท้องกระจก ทางตัวอุทยานนั้นจัดวางเส้นทางการเดินไว้อย่างดี มีสะพานไม้และสะพานเหล็กให้เดินลัดเลาะชมธรรมชาติไปเรื่อยๆ ตัวบันไดมีราวให้จับอย่างปลอดภัยตลอดระยะทางไป-กลับ 1.5 กิโลเมตร
วัดชงกู่ วัดทิเบตเก่าแก่อายุ 700 ปี ในเขตอุทยานแห่งชาติย่าติง ตั้งอยู่โดดเด่นอยู่บริเวณเชิงภูเขาศักดิ์สิทธิ์ บริเวณรอบๆ ประดับไปด้วยธงมนต์หลากสีปลิวไสวสวยงามลู่ไปตามสายลม
ทะเลสาบไข่มุก ตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดชงกู่ ใช้เวลาเดินไม่นานก็มาเจอกับทะเลสาบสีเขียวมรกตขนาดใหญ่ “ทะเลสาบไข่มุก” โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวทิเบต “ภูเขาอวโลติเกศวรโพธิสัตว์” ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้ ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาที่ปกคลุมด้วยต้นสนใบสีเหลืองทอง ดื่มดำกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ และซึมซับบรรยากาศยามที่สายลมพัดพาให้ผิวน้ำขยับตัวเป็นระลอก เพลิดเพลินไปกับสีสันของใบไม้ที่ผลัดใบเปลี่ยนเป็น สีส้ม สีแดง และสีเหลือง ตัดกับแนวภูเขาหิมะได้อย่างสวยงามลงตัว หากโชคดีท้องฟ้าแจ่มใสก็จะได้เห็นเงาสะท้อนภาพยอดเขาสีขาวโพลนบนผืนน้ำที่ใสราวกับท้องกระจก
จุดชมภูเขาหิมะ 3 พระโพธิสัตว์ (ยอดเขาเซียนหน่ายยื่อ) จากทะเลสาบสีมรกตเดินต่อไปเรื่อยๆ จะเจอกับที่ราบกว้างใหญ่ ภาพที่ปรากฎเบื้องหน้าคือ ยอดเขาเซียนหน่ายยื่อ (Xian Nai Ri Peak) 1 ใน 3 ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ภายในอุทยานแห่งชาติย่าติง ตั้งตระหง่านอย่างยิ่งใหญ่ดูน่าเกรงขาม ถือเป็นยอดเขาแทนพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร “พระโพธิสัตว์แห่งความกรุณา” มีความสูงประมาณ 6,032 เมตร
ในส่วนของเส้นทางที่ 2 จะมีระยะทางที่ไกลกว่า และมีความยากในการเดินมากกว่าเส้นทางระยะสั้น ผู้ที่จะเดินมายังเส้นทางนี้ต้องมีสภาพร่างกายที่เตรียมพร้อมมาแล้ว จากทุ่งหญ้าชงกู่ต้องนั่งรถแบตเตอรี่ของทางอุทยานไปยังทุ่งหญ้าลั่วหรง (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที)
ทุ่งหญ้าลั่วหรง ทุ่งหญ้าเปลี่ยนสีขนาดใหญ่ท่ามกลางขุนเขาที่โอบล้อม ซึ่งจะมีความสวยงามแตกต่างกันไปตามฤดูกาลต่างๆ ถือเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามด้วยตาเปล่า โดยเราจะเห็นฝูงแกะและฝูงจามรีกินหญ้าสีเขียวใกล้กับน้ำใสๆ ซึ่งไหลลงมาจากยอดเขาหิมะ มองเห็นเส้นทางเดินที่ตัดผ่านไปตามแนวหุบเขาลึกเข้าไปไกลจนสุดสายตา และผู้คนมากมายเดินย่ำไปตามเส้นทางที่แสนสวยงาม
หลังจากเดินผ่านสะพานไม้ที่สวยงาม และทางราบที่ตัดเข้าไปยังหุบเขาจากทุ่งหญ้ารั่วหลง เส้นทางก็จะเริ่มไต่ระดับไปตามความสูงของภูเขา ซึ่งจะเริ่มมีความลาดชันมากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังต้องเดินหลบบรรดาม้าแคระที่เดินสวนไปสวนมา ตลอดเส้นทางจะผ่านธรรมชาติที่สวยงามมากมาย ทั้งบึงน้ำใสและน้ำตกภายในอุทยาน ระหว่างทางไปยังทะเลสาบจะได้เห็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของชาวทิเบตอีกสองลูกนั่นคือ “ยอดเขาเซี่ยโยโตเจีย” และ “ยอดเขาย่านม่ายหยง”
จุดชมภูเขาหิมะ 3 พระโพธิสัตว์ (ยอดเขาเซี่ยโยโตเจีย) ตั้งตระหง่านอยู่ในหุบเขาธารน้ำแข็ง และเชิงเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะ บนยอดเขามีลักษณะเป็นทรงพีระมิดยอดแหลม ยอดเขาเซี่ยโยโตเจีย (Xia Nuo Duo Ji Peak) นั้น ถือเป็นยอดเขาแทนพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร “พระโพธิสัตว์วัชรปาณี” ผู้คุ้มครองภยันตรายต่างๆ มีความสูงประมาณ 5,958 เมตร หากโชคดีอาจจะเห็นฝูงสัตว์ประจำถิ่นโดยเฉพาะกวาง หรือสมันน้อยปรากฏโฉมให้เห็นในระยะใกล้
จุดชมภูเขาหิมะ 3 พระโพธิสัตว์ (ยอดเขายานม่ายหยง) อดีตเส้นทางแสวงบุญของชาวทิเบต ซึ่งจะได้เห็นธงมนตรา 5 สี ตามความเชื่อของพุทธศาสนานิกายวัชรยานเป็นระยะ ยอดเขายานม่ายหยง (Yang Mina Yong Peak) ได้รับสมญานามว่า "THE LAST SHANGRI-LA" ยอดหิมะบนภูเขานั้น สูงตระหง่านสวยงามปลายยอดแหลมพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้าสีคราม ถือเป็นยอดเขาแทนพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร “พระมัญชุศรีโพธิสัตว์แห่งปัญญา” มีความสูงประมาณ 5,958 เมตร
เดินผ่านวิวสุดอลังการ และเส้นทางแสนโหดมาเรื่อยๆ จะพบกับทางแยกให้เลือกเดินไปยัง “ทะเลสาบน้ำนม” และ “ทะเลสาบห้าสี” ยิ่งความสูงมากขึ้นและใกล้มากขึ้นเท่าไหร่ ขนาดของภูเขาหิมะเบื้องหน้าจะเริ่มโผล่ตัวออกมาให้เห็นชัดเจน หลังจากที่หลบๆ ซ่อนๆ มานานเกินครึ่งวัน
ทะเลสาบน้ำนม ที่ระดับความสูง 4,600 เมตร หลังผ่านทางวิบากมาได้ วิวทะเลสาบขนาดใหญ่จะปรากฎอยู่ตรงเบื้องหน้า รางวัลที่ธรรมชาติมอบให้ย่อมคุ้มค่าและงดงามเสมอ ตัวทะเลสาบนั้นถูกโอบล้อมด้วยภูเขาน้อยใหญ่ น้ำในทะเลสาบเป็นสีฟ้าน้ำนมสวยงาม ยามต้องแสงแดดจะยิ่งขับสีของน้ำให้งดงามมากยิ่งขึ้น “ทะเลสาบน้ำนม” ถือเป็น 1 ใน 3 ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอุทยานแห่งชาติย่าติง ริมทะเลสาบจะเป็นทุ่งหญ้าอัลไพน์ที่อ่อนนุ่ม ส่วนด้านนอกเป็นภูเขา และธารน้ำแข็งที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ
ทะเลสาบห้าสี ที่ระดับความสูง 4,700 เมตร เดินต่อไปยังที่ตั้งของทะเลสาบอีกหนึ่งแห่ง ซึ่งระยะทางห่างกันแค่ประมาณ 300 เมตร แต่ทางนั้นจะค่อนข้างลาดชันมาก จากเนินเขาสูงชันเนินสุดท้ายของเส้นทางที่เริ่มลาดลงก็จะได้พบกับทะเลห้าสี หากมองไกลๆ สีของทะเลสาบจะไม่สดใสเท่ากับมองจากใกล้ๆ เพราะสีของทะเลสาบน้ำจะแปรเปลี่ยนไปตามมุมมอง และจังหวะการตกกระทบของแสงแดดที่เปลี่ยนไป อันเป็นที่มาของชื่อ “ทะเลสาบห้าสี” นั่นเอง รอบทะเลสาบจะมีกองหินอธิษฐานที่ประดับด้วยธงมนตราหลากสีของชาวทิเบต
เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
จากนั้น พักที่ HOLIDAY INN EXPRESS HOTEL หรือระดับเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้น ออกเดินทางสู่ เมืองซินตูเฉียว (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง)
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้น ระหว่างทางผ่าน เมืองหลี่ถัง หนึ่งในเมืองที่อยู่สูงที่สุดในโลก แวะชมความสวยงามของ วัดหลี่ถัง (วัดฉางชิงชุนเคอ) ไฮไลท์สำคัญบนเส้นทางสาย G318 Sichuan-Tibet ในเขตปกครองตนเองทิเบตการ์จือ วัดหลี่ถังเป็นวัดพุทธทิเบตเก่าแก่ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูง ตั้งอยู่ในเมืองหลี่ถัง ศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญของนิกายเกลุก (นิกายหมวกเหลือง) มีสถาปัตยกรรมที่อลังการและเห็นธงมนต์ทิเบตปลิวไสว
เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก พักที่ PHOTOGRAPHY PARADISE HOTEL หรือระดับเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้น นำท่านเดินทางไปยัง วัดถ่ากง วัดพุทธนิกายมหายานแบบทิเบต ตั้งอยู่ใกล้ทุ่งหญ้าถ่ากงบนความสูงประมาณ 3,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และฉากหลังที่เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์หย่าล่า โดดเด่นด้วยอาคารทาสีสวยงาม มีเจดีย์ทองคำหนักกว่า 100 กิโลกรัม และอาคารสำคัญ เช่น วิหารมหาวีระและวิหารพระพุทธไสยาสน์ ชมความสวยงามของ ทุ่งหญ้าถ่ากง หนึ่งในทุ่งหญ้าที่สวย และมีชื่อเสียงที่สุดในเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตกานจือ กลางเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไปทุ่งหญ้าจะเขียวขจีและมีดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้น ชมความงามของ หมู่บ้านทิเบต เป็นหมู่บ้านทิเบตโบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชำติ มีฉากหลังเป็นภูเขาสูง และมีแม่น้ำต้าตู้เหอไหล่ผ่านตามซอกเขา ซึ่งมีลักษณะอาคารสวยโดดเด่นกว่าหมู่บ้านอื่นๆ ในเมืองตันปา ถือเป็นหนึ่งในหมู่บ้านโบราณที่ขึ้นชื่อว่าสวยอันดับต้นๆ ของประเทศจีน เพราะมีรูปทรงและสีสันที่หลากหลาย เน้นตกแต่งตัวอาคารบ้านเรือนด้วย สีขาว สีแดง สีดา วางซ้อนๆ กันตามไหล่หน้าผา ตัวบ้านจะก่อด้วยหินแผ่นเล็กๆ เรียงซ้อนกันมีผนังสีขาว มุมของหลังคาสีแดงมียอดแหลมไว้สำหรับวางหินสีขาว ซึ่งตามความเชื่อของคนที่นี่ถือว่าเป็นหินศักดิ์สิทธิ์ (รวมรถแบตเตอรี่) และนำท่านแวะชม ป้อมปราการโบราณแห่งเมืองตันปา (ถ่ายภาพด้านนอก) มีรูปทรงหลากหลาย สี่เหลี่ยม ห้าเหลี่ยม หกเหลี่ยม แปดเหลี่ยม สิบสองเหลี่ยม สิบสามเหลี่ยม โดยป้อมสี่เหลี่ยมนับว่าเด่นที่สุด แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ป้อมประจำบ้านและป้อมประจำหมู่บ้าน ซึ่งจะสร้างตำมจุดชัยภูมิริมเส้นทำงที่สำคัญและที่สูงบนสันเขา ป้อมประจำหมู่บ้านแบ่งเป็นป้อมจุดไฟแจ้งเหตุกับป้อมปราการเพื่อการสู้รบ โดยป้อมโบราณของตันปามีลักษณะตรงดิ่ง มุมด้ำนบนแหลมเหมือนดั่งปลายมีด พื้นกำแพงเรียบเป็นระเบียบ ส่วนตัวกำแพงก่อด้วยก้อนหินแน่นหนำและแข็งแรง
เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร มื้อพิเศษ ชาบูหมาล่า
ที่พัก พักที่ LAN FENG HOTEL หรือระดับเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้น เดินทางเข้าสู่ อุทยานภูเขาสี่ดรุณี (ซื่อกูเหนียงซาน) ชาวทิเบตนิยมเรียกกันในนามเทพแห่งความศักดิ์สิทธิ์ "SKOLA" แปลว่า "เทพเจ้าผู้ปกปักรักษา" ชื่นชมความงดงามของภูเขาที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติทั่วโลกพากันปักหมุดว่า “สักครั้งในชีวิตต้องมาเห็นด้วยตาตัวเอง” อีกทั้งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์จึงเป็นจุดดึงดูดผู้คนให้มาสัมผัส (รวมรถอุทยาน) ชมความงามระดับโลกของ ภูเขาสี่ดรุณี ภูเขาหินใหญ่โตที่มีลักษณะที่สูงชัน ด้านบนยอดเขาถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี มองดูเหมือนหญิงสาวที่ปกคลุมหน้าด้วยผ้าขาว ดั่งตำนานของสี่สาวพี่น้องคือ ต้ากูเหนียงซาน เออร์กูเหนียงซาน ซานกูเหนียงซาน และซื่อกูเหนียงซาน บริเวณตีนเขานั้นจะถูกปกคลุมไปด้วยผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีธารน้ำใสที่ไหลผ่าน และมีสายลมเย็นพัดผ่านทุ่งหญ้าและผืนป่า จนทำให้ความสวยงามของภูเขาสี่ดรุณมีความสวยงามเหมือนกับยุโรปตอนใต้ ทำให้ที่นี่ได้รับการขนานนามว่า “เทือกเขาแอลป์แห่งดินแดนตะวันออก” ซึ่งความสวยงามของภูเขาสี่ดรุณีจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้น ชมความงามของ เส้นทางหุบเขาซวงเฉียวโกว เส้นทางยอดนิยมในการชมความสวยงามของภูเขาสี่ดรุณี มีระยะทางประมาณ 34 กม. โดยมีจุดท่องเที่ยวแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน หุบเขาหยินหยาง ล้อมรอบไปด้วยภูเขาทุกทิศทุกทาง ซึ่งอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดและจะได้เห็นธารน้ำแข็ง ภูเขากระจกแก้ว ภูเขาดวงอาทิตย์ ภูเขาดวงจันทร์ ยอดเขากระต่าย ทุ่งหญ้าเหนี่ยนหยูป้า ชมยอดเขารูปร่างแปลกตา เช่น ยอดเขาพราน ยอดวังโปตาลา ยอดเขาเพชร ภูเขาหญิงตั้งครรภ์ มีทิวทัศน์ที่สวยงามของท้องทุ่งกว้าง โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาสูงปกคลุมด้วยหิมะขาว และในหุบเขาจะมีลำธารใสสะอาดรวมถึงต้นสนสูงสลับด้วยต้นไม้หลายหลากเฉดสี เช่น เขียวอ่อน เขียวแก่ เหลืองส้ม แดง น้ำตาลเข้ม มีฝูงจามรีให้เห็นตลอดเส้นทาง และมีทะเลสาบที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าที่มีภูเขาหิมะล้อมรอบ
ออกเดินทางสู่ เมืองตูเจียงเยียน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)
เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก พักที่ LAVANDA HOTEL หรือระดับเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้น เดินเที่ยว ถนนซอยกว้างซอยแคบ เป็นถนนที่แสดงถึงวิถีชีวิตของคนจีนเฉิงตูในสมัยโบราณ ผสมความเป็นทันสมัยเข้าไปอย่างลงตัว ถนนคนเดินมี 3 ซอย แต่ละซอยมีความยาวประมาณ 400 เมตร มีร้านค้าเล็กๆ ตั้งเรียงรายอยู่ในแต่ละซอยและตรอกให้เดินช้อปกันเพลิน ทั้งร้านหนังสือ ร้านชา-กาแฟ บาร์ เสื้อผ้า ไปจนถึงร้านอาหารนานาชนิด
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร มื้อพิเศษ เมนู สุกี้หม่าล่า
จากนั้น นำท่านสู่ ถนนไทกู่หลี่หลิน ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเฉิงตู แต่เดิมที่ตรงนี้คือบริเวณของวัดต้าฉือ สถานที่ซึ่งพระถังซำจั๋งเคยจำพรรษาก่อนเดินทางไปชมพูทวีป โดยทางโครงการได้อนุรักษ์อาคารบางส่วน และปรับปรุงพื้นที่รอบๆ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ปัจจุบันไท่กู๋หลี่เป็นที่ตั้งของช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ จัตุรัส และโรงแรมหรู เดินทางต่อไปยัง ถนนคนเดินซุนซีลู่ เป็นถนนคนเดินเหมือนสยามสแคว์ในบ้านเรา ซึ่งขายสินค้าที่ทันสมัยเป็นถนนที่ปิดไม่ไห้รถ สามารถวิ่งผ่านได้ ห้างดังในย่านนี้มีให้เลือกช้อปปิ้งมากมายหลากหลายทั้งแบรนด์เนมชื่อดังทั้งต่างประเทศและของจีน และถ่ายรูปกับ แพนด้ายักษ์ยักษ์ปีนตึก เจ้าแพนด้าอ้วนน่ารักกำลังป่ายปีนตึก IFS BUILDING เป็นประติมากรรมแพนด้ายักษ์ที่แขวนอยู่บนอาคารใจกลางเมือง
ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน
23.00 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเที่ยวบินที่ VZ3681 (ไม่มีบริการอาหารบนเครื่อง)
01.15 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา