
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 04 ธ.ค. 69 - 09 ธ.ค. 69 | 45,999 บาท | 5,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 11 ธ.ค. 69 - 16 ธ.ค. 69 | 43,999 บาท | 5,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 18 ธ.ค. 69 - 23 ธ.ค. 69 | 43,999 บาท | 5,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 25 ธ.ค. 69 - 30 ธ.ค. 69 | 45,999 บาท | 5,500 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
22.00 คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ สายการบิน SAUDIA AIRLINES โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวกตลอดขั้นตอนการเช็คอิน และ หัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง
01.15 ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยสายการบิน SAUDIA AIRLINES เที่ยวบินที่ SV849 **มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน ใช้เวลาบินโดยประมาณ 9 ชั่วโมง**
06.15 เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย (เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง)
08.10 ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ โดยสายการบิน SAUDIA AIRLINES เที่ยวบินที่ SV331 ** มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน ใช้เวลาบินโดยประมาณ 2.35 ชั่วโมง **
09.45 เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ หลังผ่านขั้นตอนการตรวจหนังสือเดินทาง และตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอเล็กซานเดรีย (ALEXANDRIA) ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากกรุงไคโร และเคยเป็นศูนย์กลางความรู้และวัฒนธรรมที่สำคัญในโลกยุคโบราณ เมืองนี้ถูกก่อตั้งโดยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช และเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอียิปต์ในสมัยราชวงศ์ปโตเลมี ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของอียิปต์ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ใกล้กับปากแม่น้ำไนล์ เดิมทีเป็นหมู่บ้านประมงเล็กๆ ที่มีชื่อว่า ราคอนดาห์ เมื่อ 332 ปีก่อนคริสตกาล พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชเดินทางมาพบจึงโปรดให้มีการปรับปรุงขยายเมืองเพื่อสร้างเป็นเมืองหลวงและตั้งชื่อให้คล้องจองกับชื่อของพระองค์ ยังเป็นสถานที่สำคัญในตำนานรักอันยิ่งใหญ่ของพระนางคลีโอพัตราอีกด้วย
นำท่านเข้าชม สุสานใต้ดินแห่งอเล็กซานเดรีย (CATACOMBS) เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกยุคกลาง ภายในเป็นสุสานใต้ดินที่สร้างขึ้นจากหิน โดยมีโครงสร้างซับซ้อน มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นที่ 1 ใช้สำหรับการลำเลียงโลงและศพ ชั้นที่ 2 ใช้เป็นที่ฝังศพ และชั้นที่ 3 ใช้เป็นสถานที่รวมญาติและเพื่อรำลึกถึงผู้ตาย ภายในตกแต่งด้วยภาพแกะสลักและภาพเขียนแบบผสมผสานระหว่างอารยธรรมอียิปต์โบราณและกรีกโรมันได้อย่างลงตัว ซึ่งถือเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการหลอมรวมศิลปะสองยุคเข้าด้วยกัน จากนนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ เสาปอมเปย์ (POMPEY’S PILLAR) สิ่งสำคัญโบราณเพื่อฉลองชัยชนะของชาวโรมัน สมัยที่โรมันปกครองอียิปต์ เป็นเสาหินแกรนิตขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในบริเวณซากโบราณสถานของเซราเปียม (SERAPEUM) ซึ่งเป็นวิหารโบราณในเมืองอเล็กซานเดรีย หัวเสาประดับด้วยลวดลายคอริเทรียน ซึ่งถือว่าเป็นเสาหินที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างขึ้นมา เชื่อกันว่าเสาแห่งนี้ได้ชื่อมาจาก ปอมเปย์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของจูเลียส ซีซ่า ผู้นำที่ยิ่งใหญ่แห่งโรมัน ภายหลังทั้งสองได้กลายเป็นศัตรูกัน และปอมเปย์ก็ได้หลบหนีมายังเมืองอเล็กซานเดรีย ก่อนถู ชาวอิยิปต์ฆ่าตาย จูเลียส ซีซาร์จึงได้ทำพิธีเผาศีรษะของปอมเปย์ที่เสาแห่งนี้ ปัจจุบันนี้เหลือเพียงแค่เสาแบบกรีกตั้งอยู่อย่างโดดเด่น และสฟิงซ์อีกสองตัว ที่ยังคงทำหน้าที่เฝ้าสถานที่แห่งนี้ต่อไป
เที่ยง บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร
นำท่านถ่ายรูปกับ ป้อมปราการไควเอทเบย์ (CITADEL OF QUITE BAY) ป้อมปราการโบราณที่ยังมีความสวยงาม ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ถูกสร้างขึ้นในคริสศตรรษที่ 15 สร้างขึ้นเพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันการรุกรานจากทางทะเล โดยป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นบนซากของประภาคารโบราณแห่งอเล็กซานเดรีย (LIGHTHOUSE OF ALEXANDRIA) ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ ป้อมแห่งนี้ถูกใช้เป็นฐานที่มั่นทางทหารของกองทัพเรืออียิปต์มาอย่างยาวนานและยังคงบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศอีกด้วย นำท่านถ่ายรูปกับ ห้องสมุดแห่งอเล็กซานเดรีย (LIBRARY OF ALEXANDRIA) คือ หอสมุดหลวงของอียิปต์โบราณซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในตำนาน เดิมถือว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกโบราณที่ถูกทำลายอย่างน่าสลดใจจากเหตุการ์เพลิงไหม้เมื่อเกือบ 2,000 ปีก่อน ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2545 ภายใต้แนวคิดที่จะชุบชีวิตหอสมุดอเล็กซานเดรีย โดยออกแบบในรูปแบบของสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ด้วยอาคารหินแกรนิตที่สวยงาม โครงสร้างทรงกลมซึ่งออกแบบโดยบริษัท SNHETTA ของนอร์เวย์ มีความโฉบเฉี่ยวโมเดิร์นแต่ก็ไม่ละทิ้งอัตลักษณ์งานแกะสลักโดยศิลปินท้องถิ่น และขึ้นชื่อว่าเป็นห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดและครอบคลุมที่สุดในโลก ภายในรวบรวมหนังสือทุกภาษาทั่วโลกมากกว่า 8 ล้านเล่ม วารสารกว่า 4 พันฉบับ และหนังสือหายากอีกมากมาย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงไคโร
ค่ำ บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร
พักที่ TIBA PYRAMIDS HOTEL, CAIRO โรงแรมระดับ 3 ดาวหรือเทียบเท่าตามมาตรฐานอียิปต์
เช้า บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเมมฟิส (MEMPHIS) เมืองหลวงแรกของอียิปต์โบราณก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 3,100 ปีก่อนคริสตกาล โดยฟาโรห์เมเนส (Menes) ผู้รวมสองอาณาจักรตอนบนและตอนล่างเข้าด้วยกัน เมมฟิสเคยเป็นศูนย์กลางทางการเมือง วัฒนธรรม และศาสนาที่สำคัญที่สุดของอียิปต์ในยุคเริ่มต้น และเจริญรุ่งเรืองต่อเนื่องยาวนานหลายพันปี นำท่านชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเมมฟิส (OPEN-AIR MUSEUM AT MEMPHIS) ที่นี่ท่านจะได้ชมรูปแกะสลักขนาดยักษ์ด้วยหินอลาบาสเตอร์ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 เป็นหนึ่งในประติมากรรมที่แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองและความสามารถด้านศิลปกรรมของอียิปต์โบราณได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีรูปกาลักสฟิงซ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสฟิงซ์ที่ใหญ่ที่สุดรองจากกีซา เชื่อกันว่าสลักขึ้นในยุคของราชวงศ์ที่ 18
นำท่านชม เมืองโบราณซัคคารา (SAQQARA) ตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำไนล์ทางใต้เมืองกีซ่าและอยู่ไม่ไกลจากกรุงไคโรเท่าใดนัก สมัยเมมฟีส (MEMPHIS) รุ่งเรืองเป็นเมืองหลวง ซัคคาราก็คือที่ตั้งสุสานของกษัตริย์และบรรดาขุนนางทั้งหลายจนได้ชื่อว่า เป็นเมืองปีศาจของอียิปต์ และยังเป็นที่ตั้งของ พีระมิดขั้นบันไดแห่งโจเซอร์ (STEP PYRAMID OF DJOSER) ซึ่งเป็นพีระมิดแห่งแรกของโลกและหนึ่งในสิ่งก่อสร้างหินที่เก่าแก่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ ซัคคารายังเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอียิปต์ มีสุสานและพีระมิดอีกมากมาย รวมถึงสุสานของเหล่าขุนนางและฟาโรห์
เที่ยง บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม มหาพีระมิดแห่งกีซา (THE GREAT PYRAMID OF GIZA) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ครอบคลุม พื้นที่ 2,000 ตร.ม. บนที่ราบสูง เป็นที่ตั้งของมหาพีระมิด 3 องค์ซึ่งองค์ฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณ สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ฝังศพของพระองค์เอง นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของโลก ใช้เวลาก่อสร้าง 30 ปีสร้างจากแท่งหินขนาดใหญ่มาก แต่ละก้อนมีน้ำหนักกว่า 2 ตัน หินแต่ละก้อนวางชิดติดกันแบบแนบสนิท แม้แต่กระดาษก็สอดไม่ผ่าน ให้ท่านได้ชมความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างที่แสนมหัศจรรย์ ท่านจะพบกับพีระมิดที่กีซ่ามีอยู่สามหลังใหญ่ ๆ ดังนี้คือ โดยเรียงจากขวาไปซ้าย
• พีระมิดของฟาโรห์คูฟู KHUFU เป็นพีระมิดที่สูงที่สุด เดิมมีความสูง 146 เมตร ปัจจุบันสูง 138 เมตร เพราะส่วนยอดได้พังทลายไปบ้างจึงทำให้เตี้ยลงกว่าเดิมเล็กน้อย ฟาโรห์คูฟูเป็นฟาโรห์องค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์ที่ 4 (2589 - 2566ก่อน ค.ศ.)
• ตรงกลาง คือ พีระมิดของฟาโรห์คาเฟร่ KHAFRE เดิมมีความสูง 143 เมตร ปัจจุบันสูง 136 เมตร ฟาโรห์คาเฟร่ เป็นลูกชายของฟาโรห์คูฟูค ส่วนรูปแกะสลักหินที่มีลำตัวเป็นสิงโต มีศีรษะและใบหน้าเป็นมนุษย์ คือ สฟิงซ์ที่เชื่อว่าแกะสลักเป็นพระพักตร์ของฟาโรห์คาเฟร่เจ้าของพีระมิดหลังนี้
• ซ้ายสุดขนาดเล็กกว่าองค์อื่นคือพีระมิดของฟาโรห์เมนคูเร MENKAURE มีขนาดเล็กที่สุด มีความสูง 65 เมตรและมีพีระมิดของราชินีอีกสามหลัง ฟาโรห์เมนคูเร คือ ลูกชายของฟาโรห์คาเฟร่และเป็นหลานของฟาโรห์คูฟู)
แนะนำโปรแกรมเสริมพิเศษ ไม่รวมอยู่ในราคาทัวร์ (OPTIONAL TOUR)
- สำหรับท่านใดที่สนใจขี่อูฐกลางทะเลทราย พร้อมชมความงดงามของพีระมิด ทั้ง 3 แห่งที่ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง (1 ท่านต่ออูฐ 1 ตัว ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) (ค่าใช้จ่ายในการขี่อูฐ ประมาณท่านละ 30 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (USD)
จากนั้นนำท่านเดินทางถ่ายภาพด้านหน้า มหาสฟิงซ์ (THE GREAT SPHINX OF GIZA) มหาสฟิงซ์ ตั้งอยู่ด้านหน้าของพีระมิดคาเฟร่ ถือเป็นสฟิงซ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มหาสฟิงซ์ ที่เป็นรูปแกะสลักจากหินก้อนเดียวที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลกและยังเป็นอนุสาวรีย์แบบแกะสลักลอยตัวที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย มีส่วนหัวเป็นพระพักตร์ของฟาโรห์และลำตัวเป็นสิงโต มีหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของกษัตริย์และมีพลังพิเศษเพื่อปกป้องพระศพและทรัพย์สมบัติที่อยู่ภายในพีระมิด
จากนั้นนำท่านแวะชม โรงงานผลิตหัวน้ำหอม (PERFUME) ซึ่งกล่าวกันว่าการทำน้ำหอมนี้มีสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพระนางคลีโอพัตรา และที่นี้ยัง เป็นศูนย์กลางแหล่งผลิตหัวน้ำหอมขนาดใหญ่ ให้กับน้ำหอมแบรนด์เนมดังๆ หลายแบรนด์อีกด้วย นำท่านแวะชม ศูนย์กลางการทำกระดาษปาปีรุส (PAPYRUS) ซึ่งเป็นกระดาษชนิดแรกของโลกทำจาก ต้นกก (Papyrus) ใช้บันทึก ข้อความสรรเสริญเทพเจ้าและเหตุการณ์สำคัญต่างๆ นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า มีการใช้กระดาษที่ทำจากปาปิรุสมาตั้งแต่ปฐมราชวงศ์ของอียิปต์หรือ ราวๆ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล
ค่ำ บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร
พักที่ TIBA PYRAMIDS HOTEL, CAIRO โรงแรมระดับ 3 ดาวหรือเทียบเท่าตามมาตรฐานอียิปต์
เช้า บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ กรุงไคโร (CAIRO) หรือชื่อเรียกในภาษาอาหรับคือ “กอฮิเราะฮ์” หมายความว่า "ผู้มีชัย" หรือ "ผู้พิชิต" โดยระหว่างการก่อสร้างเมืองได้มีการมองเห็นดาวอังคาร ซึ่งดาวอังคารเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการทำลายล้าง หรืออีกนัยหนึ่งคือไคโรเป็นเมืองที่รบชนะทุกกองทัพที่มาโจมตีตั้งแต่กองทัพมองโกล, กองทัพครูเสด หรือแม้แต่กองทัพของออตโตมัน ว่ากันว่าไคโรเป็นดินแดนแห่งอารยธรรมและโบราณคดีอันลี้ลับและน่าพิศวง ทั้งยังมีแม่น้ำไนล์ที่ยาวที่สุดในโลกไหลผ่าน ซึ่งในปัจจุบันไคโรได้กลายเป็นเมืองหลวงของอียิปต์ เป็นศูนย์กลางของศาสนาอิสลามและมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย
นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์อารยธรรมอียิปต์แห่งชาติ (NATIONAL MUSEUM OF EGYPTIAN CIVILZATION : NMEC) ตั้งอยู่ในตัวเมืองกรุงไคโร เป็นที่จัดแสดงประวัติศาสตร์อารยธรรมอียิปต์ ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน ภายในแบ่งออกเป็นโซนต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ไฮไลท์สำคัญคือการจัดแสดง "มัมมี่ราชวงศ์" (ROYAL MUMMIES HALL) ที่จัดแสดงมัมมี่ของฟาโรห์และราชินีผู้ยิ่งใหญ่ของอียิปต์ เช่น รามเสสที่ 2, ฮัตเชปซุต, เซติที่ 1 ฯลฯ บรรยากาศภายในห้องจัดแสดงเงียบสงบ ท่านจะได้ชมมัมมี่อย่างใกล้ชิด (ภายในห้องจัดแสดงมัมมี่ไม่อนุญาตให้บันทึกภาพใดๆ) นอกจากนี้ยังมีโซนจัดแสดงวัตถุโบราณ ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ศิลปะ เครื่องแต่งกาย และพัฒนาการทางสังคม วัฒนธรรม และศาสนา ที่สะท้อนความต่อเนื่องของอารยธรรมอียิปต์จากอดีตสู่ปัจจุบันอย่างชัดเจน
เที่ยง บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ มัสยิด โมฮัมหมัด อาลี ปาชา (MOSQUE OF MUHAMMAD ALI PASHA) มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ ปีค.ศ. 1830 โดย “มูฮัมหมัด อาลีปาชา” ซึ่งเป็นผู้นำเอาความเจริญสมัยใหม่มาสู่ประเทศอียิปต์โดยใช้เวลาสร้างถึง 18 ปี เป็นสุเหร่าที่ใหญ่และสูงที่สุดในกรุงไคโร ตัวอาคารสร้างจากหินอลาบาสเตอร์(ALABASTER) ตรงกลางเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีโดมขนาดใหญ่สูง 52 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 21 เมตร ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้างดงามตามแบบศิลปะอิสลาม ออกแบบโดยสถาปนิกชาวกรีกในแบบอย่างออตโตมัน หรือตุรกีในปัจจุบัน ภายในมีนาฬิกาบนลานในสุเหร่าซึ่งเป็นของขวัญในการแลกเปลี่ยนกับเสาโอเบลิสก์ของ รามเซส ที่ 2 เพื่อสร้าง สัมพันธไมตรีระหว่างอียิปต์และฝรั่งเศส ทั้งนี้สุเหร่านี้สร้างในพื้นของ ป้อมปราการซาลาดิน (SALADIN CITADEL) ซึ่งเป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องกรุงไคโรในระหว่างสงครามครูเสด คนอียิปต์เรียกป้อมปราการนี้ว่า AL-QALA’A AL-GABAL (หรือ AL-BURGE) หมายถึง ป้อมปราการที่อยู่บนยอดเขา บริเวณที่ก่อสร้างซิทาเดลเป็นชัยภูมิที่เหมาะสม เพราะเป็นจุดที่สามารถ มองเห็นกรุงไคโรได้ทั้งเมืองและยากต่อการที่ศัตรูจะบุกเข้าโจมตีซิทาเดลมีบริเวณกว้างและตั้งอยู่ภายในกำแพงที่แข็งแกร่ง นำท่านเดินทางสู่ พระราชวังโมฮัมเหม็ด อาลี หรือพระราชวังมาเนียล (PRINCE MOHAMED ALI PALACE OR MANIAL PALACE) เป็นพระราชวังและพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ซึ่งสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1899-1929 เพื่อเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด อาลี และเป็นแหล่งเก็บสะสมศิลปะที่สะท้อนถึงรสนิยมและวิสัยทัศน์ของพระองค์ นับเป็นอัญมณีทางสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไนล์ในเมืองไคโร สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์ของสไตล์อิสลาม ออตโตมัน มัวร์ และเปอร์เซีย ปัจจุบันเปิดให้ประชาชนเข้าชมเป็นพิพิธภัณฑ์ นำท่านสู่ ห้างสรรพสินค้า อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งตามอัทธยาศัย
ค่ำ อิสระอาหารเพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยว
พักที่ TIBA PYRAMIDS HOTEL, CAIRO โรงแรมระดับ 3 ดาวหรือเทียบเท่าตามมาตรฐานอียิปต์
เช้า บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ (GRAND EGYPTIAN MUSEUM) เป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่ใหญ่ที่สุดในโลก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ใช้เวลาสร้างนานกว่า 20 ปี ด้วยงบประมาณที่สูงถึงระดับหมื่นล้านบาท และมีขนาดใหญ่กว่าพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ของฝรั่งเศสถึงสองเท่า พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ถือเป็นพิพิธภัณฑ์วัตถุโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากภายในได้รวบรวมวัตถุโบราณล้ำค่าทางประวัติศาสตร์เก่าแก่กว่า 100,000 ชิ้น เอาไว้ให้ชมอย่างตื่นตาตื่นใจ โดยมีไฮไลต์คือ หน้ากากทองคำของตุตันคามุน (King Tut’s Golden Mask) ที่จัดแสดงอย่างสง่างามในห้องเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีรูปสลักขนาดมหึมาของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ตั้งตระหง่านตรงโถงทางเข้า และวัตถุจากสุสานต่าง ๆ ที่บางชิ้นไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน
เที่ยง อิสระอาหารเพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยว
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตลาดข่านเอลคาลิลี่ (KHAN EL KHALILI) เป็นตลาดสไตล์อาหรับโบราณ อายุกว่า 600 ปี ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในช่วงปลายศตวรรษที่ 14 (ค.ศ. 1382-1389) โดย JAHARKAS AL-KHALILI เดิมทีพื้นที่ตรงนี้เป็นสุสานของราชวงศ์ฟาติมิด ต่อมาได้มีการเคลื่อนย้ายกระดูกและสร้างอาคารพาณิชย์ขึ้น เพื่อเปตลาดขายของพื้นเมืองและสินค้าที่ระลึกที่ใหญ่ที่สุดในกรุง ไคโร ท่านสามารถเลือกซื้อของพื้นเมืองสวยๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำหอมที่ทำด้วยมือ สินค้าต่างๆ เครื่องทองรูปพรรณ และเพชรพลอยลวดลายแบบอาหรับ พรม และของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติไคโร ประเทศอียิปต์
19.55 ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบียโดยสายการบิน SAUDIA AIRLINES เที่ยวบินที่ SV302 ** มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน ใช้เวลาบินโดยประมาณ 2.25 ชั่วโมง **
23.05 เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย (เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง)
02.00 ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน SAUDIA AIRLINES เที่ยวบินที่ SV844 ** มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน ใช้เวลาบินโดยประมาณ 7.40 ชั่วโมง **
13.40 เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ
** หากลูกค้าท่านใดที่จำเป็นต้องออกตั๋วภายใน (ตั๋วเครื่องบิน , ตั๋วรถทัวร์ , ตั๋วรถไฟ)
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา