
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | ว่าง | |
|---|---|---|---|---|---|
| 29 ก.ค. 69 - 29 ก.ค. 69 | 1,288 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | 1,288 บาท | 23 | จอง |
05.30 น. คณะพร้อมกันที่ ปั๊ม ปตท. วิภาวดี โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
06.30 น. ได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ พระนครศรีอยุธยา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) อดีตราชธานีอันยิ่งใหญ่ของไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1893 โดย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ด้วยชัยภูมิที่เหมาะสม มีแม่น้ำสายสำคัญล้อมรอบ จึงเอื้อต่อทั้งการป้องกันและการค้าขายกับนานาชาติ ตลอดระยะเวลากว่า 400 ปี อยุธยาเจริญรุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมของภูมิภาค มีความสัมพันธ์กับหลายประเทศทั้งในเอเชียและยุโรป จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “เวนิสแห่งตะวันออก” ต่อมาในปี พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาได้ล่มสลายลงจากเหตุการณ์ การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ส่งผลให้โบราณสถานจำนวนมากได้รับความเสียหาย แต่ยังคงหลงเหลือเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ปัจจุบันอยุธยาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย องค์การยูเนสโก ในชื่อ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศไทย
นำท่านเดินทางสู่ วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นหนึ่งในวัดสำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น และมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะชัยชนะของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จึงเป็นที่มาของชื่อ “ชัยมงคล” อันหมายถึงชัยชนะและความเป็นสิริมงคล ให้ท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์และพระประธานภายในวิหาร พร้อมทั้งเดินเวียนรอบเจดีย์ชัยมงคล เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล โดยมีความเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้เด่นด้านการขอพรเรื่องความสำเร็จในหน้าที่การงาน การเอาชนะอุปสรรค การสอบแข่งขัน และการเจรจาต่างๆ ให้ราบรื่น รวมถึงช่วยเสริมความก้าวหน้าและโอกาสที่ดีในชีวิต
จากนั้นเดินทางต่อไปยัง วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำสำคัญ 3 สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรี ซึ่งถือเป็นชัยภูมิสำคัญทั้งด้านการป้องกันและการค้าขายในอดีต ภายในวัดประดิษฐาน “หลวงพ่อโต (พระพุทธไตรรัตนนายก)” พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง โดยชาวจีนเรียกว่า “ซำปอกง” และให้ความเคารพนับถือมาอย่างยาวนาน ผู้คนนิยมมาสักการะเพื่อขอพรด้าน การเงิน โชคลาภ การค้าขาย และความเจริญรุ่งเรือง นอกจากนี้ ภายในวัดยังมี ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ซึ่งมีตำนานเกี่ยวกับความรักและความผูกพัน ผู้คนนิยมมาขอพรด้าน ความรัก ความสมหวัง และความสัมพันธ์ที่ราบรื่น
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพุทไธศวรรย์ เป็นวัดโบราณที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง โดยสร้างขึ้นในสมัยต้นกรุงศรีอยุธยา บริเวณซึ่งเชื่อกันว่าเคยเป็นที่ประทับเดิมของ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยา จึงถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความผูกพันกับจุดกำเนิดของราชธานีแห่งนี้ ภายในวัดมีจุดเด่นคือ “ปรางค์ประธาน” ขนาดใหญ่ที่ได้รับอิทธิพลศิลปะขอม ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม สะท้อนถึงความรุ่งเรืองในอดีต อีกทั้งยังมีบรรยากาศที่ค่อนข้างสงบ ไม่พลุกพล่าน ทำให้เหมาะแก่การสักการะและทำสมาธิ วัดแห่งนี้ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับ “พลังคุ้มครอง” และการปัดเป่าสิ่งไม่ดี โดยเฉพาะบริเวณพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในอุโบสถ ผู้คนนิยมมาขอพรเพื่อ เสริมบารมี ป้องกันอุปสรรค สิ่งไม่ดี และเสริมความมั่นคงในชีวิต
จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง วัดมหาธาตุ ถือเป็นหนึ่งในวัดที่มีความสำคัญที่สุดในสมัยกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) และได้รับการบูรณะต่อเนื่องในรัชกาลถัดมา โดยเคยเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาและเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ อันเป็นที่มาของชื่อ “มหาธาตุ” จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก คือ “เศียรพระพุทธรูปในรากไม้” ซึ่งเกิดจากธรรมชาติที่โอบล้อมอย่างน่าอัศจรรย์ จนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงศรีอยุธยา สะท้อนถึงความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง และความกลมกลืนระหว่างธรรมชาติกับศรัทธา ในเชิงความเชื่อ วัดมหาธาตุถือเป็นสถานที่แห่ง “การปลดปล่อยและการเริ่มต้นใหม่” ผู้คนนิยมมาสักการะเพื่อ แก้เคราะห์ ปลดกรรม คลายอุปสรรค และเสริมดวงชีวิตให้ราบรื่น เปรียบเสมือนการเริ่มต้นสิ่งใหม่อย่างเป็นสิริมงคล
ห่างกันไม่ไกลนำท่านเดินต่อไปยัง วัดราชบูรณะ เป็นวัดสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างขึ้นในรัชสมัยของ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) เพื่ออุทิศถวายแด่พระเชษฐาทั้งสองพระองค์ที่สิ้นพระชนม์จากการทำยุทธหัตถีแย่งชิงราชสมบัติ บริเวณนี้จึงถือเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์และความหมายเชิงสัญลักษณ์ของ “อำนาจ วาสนา และชะตาชีวิต” จุดเด่นของวัดคือ “ปรางค์ประธาน” ขนาดใหญ่ที่มีความงดงามตามศิลปะอยุธยาตอนต้น และภายในเคยเป็นที่ค้นพบ “กรุสมบัติ” อันล้ำค่าจำนวนมาก เช่น เครื่องทอง เครื่องราชูปโภค และโบราณวัตถุสำคัญ ซึ่งปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จึงทำให้วัดแห่งนี้มีความเชื่อมโยงกับ “ทรัพย์สมบัติ โชคลาภ และวาสนา” อย่างลึกซึ้ง ในเชิงความเชื่อ ผู้คนนิยมมาสักการะเพื่อขอพรด้าน โชคลาภ โอกาสใหม่ๆ การลงทุน และความก้าวหน้าในชีวิต โดยเชื่อว่าจะช่วยเปิดทางให้พบโอกาสดีๆ และดึงดูดสิ่งที่เป็นมงคลเข้ามาในชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการ “จังหวะชีวิต” หรือโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนแปลง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วิหารพระมงคลบพิตร สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ที่มีความงดงามและศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และได้รับการบูรณะหลายครั้งภายหลังจากได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะจากเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยา ภายในวิหารประดิษฐาน “พระมงคลบพิตร” พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ หล่อด้วยสำริด ซึ่งนับเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปสำริดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพุทธลักษณะที่สง่างาม เปี่ยมด้วยความสงบและเมตตา ทำให้ผู้ที่ได้มากราบไหว้รู้สึกถึงความร่มเย็นและศรัทธาอย่างลึกซึ้ง ในเชิงความเชื่อ ผู้คนนิยมมาสักการะเพื่อขอพรด้าน ความมั่นคงในชีวิต สุขภาพแข็งแรง ความร่มเย็นเป็นสุข และการดำเนินชีวิตอย่างราบรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริม “ฐานชีวิต” ให้มั่นคง ทั้งด้านกายและใจ
บริเวณใกล้กันนำท่านชม วัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งถือเป็นวัดที่มีความสำคัญสูงสุดแห่งหนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเป็น “วัดหลวงในเขตพระราชวัง” ใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญ และไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา เปรียบเสมือนวัดพระแก้วในสมัยรัตนโกสินทร์ วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในรัชสมัยของ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เมื่อทรงโปรดให้ย้ายเขตพระราชวังเดิมมาสร้างเป็นวัดหลวง และต่อมาได้รับการบูรณะและสร้างเพิ่มเติมในรัชกาลถัดๆ มา จุดเด่นสำคัญของวัดคือ “เจดีย์สามองค์” อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งใช้บรรจุพระบรมอัฐิของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา แสดงถึงความรุ่งเรือง อำนาจ และความยิ่งใหญ่ของราชธานีในอดีต นอกจากนี้ ภายในวัดยังเคยเป็นที่ประดิษฐาน “พระศรีสรรเพชญดาญาณ” พระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่หุ้มทองคำ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดในสมัยนั้น แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงซากโบราณสถาน แต่ยังคงสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่และความรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยาได้อย่างชัดเจน ในเชิงความเชื่อ ผู้คนนิยมมาสักการะเพื่อขอพรด้าน บารมี อำนาจ ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เกียรติยศชื่อเสียง และการได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมความมั่นคงในตำแหน่งหน้าที่ หรือก้าวสู่ความสำเร็จในระดับที่สูงขึ้น
นำท่านเดินทางสู่ วัดหน้าพระเมรุ เป็นวัดโบราณที่มีความสำคัญและมีเอกลักษณ์โดดเด่นแห่งหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าพระราชวังโบราณ และเป็นหนึ่งในวัดไม่กี่แห่งที่ไม่ได้ถูกทำลายจากเหตุการณ์ การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 จึงยังคงสภาพโบราณสถานไว้ได้ค่อนข้างสมบูรณ์ ในอดีต เชื่อกันว่าวัดแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นที่ตั้งกำลังของกองทัพพม่าในช่วงสงคราม จึงทำให้สิ่งปลูกสร้างสำคัญไม่ได้รับความเสียหายมากนัก และกลายเป็นหลักฐาน สำคัญที่สะท้อนรูปแบบวัดในสมัยอยุธยาได้อย่างชัดเจน ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์องค์ใหญ่ (พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ) ซึ่งมีลักษณะงดงามและหาชมได้ยาก สื่อถึงความสง่างามและอำนาจในแบบราชสำนัก ในเชิงความเชื่อ วัดหน้าพระเมรุโดดเด่นด้าน การคุ้มครอง แคล้วคลาดปลอดภัย และการป้องกันสิ่งไม่ดี ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่อง การเดินทางปลอดภัย การหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ และการผ่านพ้นอุปสรรคในชีวิต
จากนั้นเดินทางต่อไปยัง วัดธรรมิกราช เป็นวัดโบราณที่มีความสำคัญและมีประวัติย้อนไปถึงช่วงก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา โดยเชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยของพระยาธรรมิกราช โอรสของพระเจ้าอู่ทอง จึงเป็นหนึ่งในวัดที่สะท้อนรากฐานของอารยธรรมอยุธยาในยุคเริ่มต้น จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดคือ “เจดีย์ทรงระฆัง” ที่รายล้อมด้วยรูปปั้นสิงห์ปูนปั้นจำนวนมาก ซึ่งหาได้ยากและเป็นสัญลักษณ์ของพลัง อำนาจ และการปกป้องคุ้มครอง อีกทั้งยังมี “วิหารหลวงพ่อดำ” พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านมาอย่างยาวนาน แม้วัดจะได้รับความเสียหายในช่วงเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยา แต่ยังคงหลงเหลือโบราณสถานสำคัญที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองในอดีต และยังคงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้อย่างต่อเนื่อง ในเชิงความเชื่อ วัดธรรมิกราชมีความโดดเด่นด้าน อำนาจ วาสนา และการเริ่มต้นใหม่ ผู้คนนิยมมาขอพรเพื่อ เสริมดวงชะตา พลิกชีวิตให้ดีขึ้น เสริมความก้าวหน้า และเพิ่มพลังใจในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับกรุงเทพฯ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)
20.00 น. เดินทางถึง ปั๊ม ปตท. วิภาวดี โดยสวัสดิภาพ
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา