15.30 สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาท์เตอร์สายการบินไอบีโร เจท (IBERO JET) เคาเตอร์ M/N เจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งก่อนเดินทาง
18.45 ออกเดินทางสู่กรุงมาดริด ประเทศสเปน โดยเที่ยวบินที่ E9 846 (ประมาณ 12 ชั่วโมง)
02.50 เดินทางถึงสนามบินเมืองมาดริด ประเทศสเปน หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านออกเดินทางสู่ “กูเอนกา” (Cuenca) เพื่อรับประทานอาหารเช้า(พักผ่อนบนรถโค้ชระหว่างเดินทาง)
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ภัตตาคารในโรงแรม หรือ ร้านอาหารเช้า แบบ บุฟเฟต์
หลังอาหาร นำท่านเข้าชมเมือง “กูเอนกา” (Cuenca) (มรดกโลก) (170 กม.) เมืองมรดกโลกแห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่เหนือหุบเขาแม่น้ำอูเอการ์ (Hucar) ในแคว้นกัสตีลยา-ลามานชา สร้างขึ้นโดยชาวมัวร์ เป็นเมืองป้อมปราการยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม มีอาคารสำคัญมากมาย เช่น มหาวิหารโกธิกแห่งแรกของสเปน และบ้านแขวน (casas colgadas) อันโด่งดัง ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชัน ที่มีถนนปูด้วยหินและอาคารเก่าแก่ ก็ยังมีด้านที่ทันสมัยและเป็นศูนย์กลางของศิลปะนามธรรม ความเก่าแก่และความใหม่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ชมจัตุรัสกลางเมือง (Plaza Mayor) ที่มีศาลากลางเมืองแบบมีซุ้มโค้งและมหาวิหารที่สวยงาม ซึ่งเริ่มสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 12 ด้านหลังมหาวิหาร มีถนนที่นำไปสู่บ้านแขวน สัญลักษณ์ของเมืองกวนกา สมควรแก่เวลา เดินทางสู่เมืองซาราโกซา (Zaragoza) (290 กม.) แวะทานอาหารเที่ยงเมืองระหว่างทาง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินทางต่อสู่เมือง ซาราโกซา (Zaragoza) ซึ่งเป็นเมืองหลวงในอดีตของอาณาจักรอารากอน ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปนริมฝั่งแม่น้ำเอโบร ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับธรรมชาติของภูมิประเทศอันหลากหลายและงดงามแปลกตาของภูมิภาคสเปนตอนกลาง เมืองซาราโกซ่าได้รับการเสนอชื่อให้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม (City of Culture) ของทวีปยุโรป นำท่านชม “มหาวิหารแม่พระแห่งเสาศักดิ์สิทธิ์” (Cathedral-Basilica of Our Lady of the Pillar) หรือที่รู้จักในนาม “ซานตา มาเรีย เดอร์ฟิลลาร์” โบสถ์บาโรกพระแม่มารีแห่งปิลาร์ อัญมณีแห่งศิลปะบาโรก สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 17 และ 18 จากนั้นเดินเล่นชม “จัตุรัสปิลาร์” (Plaza Pillar) เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีชีวิตชีวาและเป็นที่นิยมที่สุดในเมืองซาราโกซา ใจกลางจัตุรัสเป็นที่ตั้งของมหาวิหารแม่พระแห่งเสาหลักอันงดงาม จัตุรัสแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ "ห้องโถงของเมือง" และ "จัตุรัสแห่งมหาวิหาร" เนื่องจากมีมหาวิหารที่โดดเด่นที่สุดสองแห่งของซาราโกซาตั้งอยู่ ได้แก่ มหาวิหารแม่พระแห่งเสาหลัก และมหาวิหารเอลซัลวาดอร์ (Cathedral of El Salvador) และยังเป็นที่ตั้งของ ศาลาว่าการ และน้ำพุแห่งความเป็นสเปนอันงดงาม นอกจากนี้ยังประดับประดาด้วยอาคารศาลและอนุสาวรีย์อันโดดเด่นที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่จิตรกรชาวสเปนชื่อดังอย่างโกยา
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก: HOTEL DIAGONAL PLAZA หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่ เดินทางสู่เมือง “บาร์เซโลน่า” (Barcelona) (300 กม.) เมืองหลวงของแคว้นกาตาลุญญา เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสเปน เมืองอันสง่างามแห่งนี้เคยเป็นทั้งอาณานิคมพักผ่อนของชาวโรมัน ศูนย์กลางอำนาจทางทะเล ศูนย์กลางอุตสาหกรรม และต้นแบบของความทันสมัยของประเทศสเปน แวะซื้อของฝากของ “สนามฟุตบอลคัมป์นู” Camp Nou สนามฟุตบอลสโมสร “ทีมเจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลน่า” หรือคุ้นเคยในอีกชื่อว่า “บาร์ซ่า” สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเป็นผู้ชนะเลิศในถ้วยยุโรปและสเปนอย่างมากมาย เป็นสโมสรสเปนที่ประสบความสำเร็จและมีความยิ่งใหญ่ระดับโลก (ขณะนี้สนามทีมบาร์ซ่า มีการรื้อถอนและปรับปรุง)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารนำท่านเข้าชมภายใน “มหาวิหารซากราด้า แฟมิเลียร์” (Sagrada Familia) คือเป็นผลงานชิ้นเอกที่ยังสร้างไม่เสร็จของอันโตนิโอ เกดิ (Antoni Gaud) โบสถ์แห่งนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและการตกแต่งที่กล้าหาญและมีรูปทรงแบบออร์แกนิกทั้งภายนอกและภายใน เกาดีอุทิศเวลาให้กับการสร้างวิหารนี้ นานถึง 43 ปี “มหาวิหารซากราด้า แฟมิเลียร์” มีความสูงใหญ่ถึง 170 เมตร ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวคาตาลุญญ่าและประเทศสเปน จากนั้นนำท่านเก็บภาพบริเวณด้านหน้า “คาซา มิลา” (Casa Mila) อาคารอพาร์ทเม้นท์ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของ Gaudi สถาปัตยกรรมที่แสดงถึงความ เชื่อมโยงระหว่างเกาดิกับธรรมชาติซึ่งเป็นที่มาของแรงบันดาลใจสำหรับผลงานทั้งหมดของเขาซึ่งตั้งอยู่ในใจกลางบาร์เซโลนา สร้างมาตั้งแต่ปี 1906 – 1912 เป็นอพาร์ทเม้นท์หลังสุดท้ายที่ออกแบบโดยเกาดี เข้าสู่ “จัตุรัสกาตาลุญญา” (Plaa de Catalunya) จัตุรัสที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้คือหัวใจของบาร์เซโลนา พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่แบ่งเขตระหว่างย่านเมืองเก่า (Ciutat Vella) และย่านเมืองเก่า (Eixample) จัตุรัสกาตาลุญญาเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่และห้างสรรพสินค้ามากมาย อิสระให้ท่านช้อปปิ้งบนสายใหญ่ของบาร์เซโลนา “ถนนลารัมบลา” ย่านที่มีชื่อเสียงที่สุดของบาร์เซโลนา ที่มีความยาวเพียง 1.2 กิโลเมตรแต่มีสีสันเสน่ห์น่าประทับใจ ที่ปลายสุดถนนคืออนุสาวรีย์คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Columbus Monument) เป็นเสาสูง 60 เมตร ด้านบนมีรูปปั้นสำริดสูง 7 เมตร อนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นสำหรับงาน 1888 Universal Exposition เพื่อเป็นเกียรติแก่การเดินทางครั้งแรกของคริสโตเฟอร์ ที่นี่เป็นจุดที่เชื่อกันว่าเขาเดินทางกลับมาจากโลกใหม่ (New World) อีกด้วย โดยรูปปั้นชี้ออกไปทางทะเล อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าและเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้ง H&M, ZARA, BENETON, TOPSHOP หรือจะช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำซึ่งมีร้านตั้งอยู่ตลอดแนวถนน “Passeig de gracia” ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าอาทิ LOUIS VUITTON, CHANEL, GUCCI, LOEWE และอื่นๆ อีกมากมาย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร มื้อพิเศษ...ข้าวผัดสเปนรสเลิศ
พักที่: ALEXANDRE FIARA CONGRESS HOTE หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่เนินเขา “มองต์จูอิค” (Montjuic) นำท่านชมวิวทิวทัศน์ของกรุงบาร์เซโลน่าจากลานด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติคาตาลัน (Museu Nacional d'Art de Catalunya) ซึ่งตั้งอยู่ในพระราชวังแห่งชาติมงต์จูอิก ที่โดดเด่นในด้านงานศิลปะโรมาเนสก์ พระราชวังแห่งชาติมงต์จูอิกเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์มาตั้งแต่ปี 1934 ชมวิว ปลาซ่า เดสปันญ่า (Plaa d'Espanya) เป็นหนึ่งในจัตุรัสที่สำคัญและใหญ่ที่สุดของบาร์เซโลนา ตั้งอยู่ที่เชิงเขามองต์จูอิค เป็นจุดเชื่อมต่อการคมนาคมที่สำคัญ โดดเด่นด้วยน้ำพุสวยงามตรงกลาง หอคอยเวนิสคู่ (Venetian Towers) และอยู่ใกล้กับศูนย์การค้า Arenas de Barcelona ซึ่งเคยเป็นสนามสู้วัวกระทิง เดินทางสู่ เมืองบาเลนเซีย (Valencia) (340 กม.)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารนำท่านชมย่านเมืองเก่าที่จัตุรัส “พลาซา เด ลา เรนา” (Plaza de la Reina) ซึ่งมีอาคารประวัติศาสตร์หลายแห่ง เช่น มหาวิหารวาเลนเซีย (Valencia Cathedral) เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่โดดเด่นที่สุดของเมือง สร้างขึ้น ระหว่างศตวรรษที่ 13 ถึง 15 บนซากปรักหักพังของวิหารโรมันสิ่งที่ทำให้มหาวิหารแห่งนี้พิเศษอย่างแท้จริงคือสมบัติล้ำค่าที่เก็บรักษาไว้ ตั้งแต่ภาพวาดในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการตอนต้นของสเปน ไปจนถึงจอกศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในโบสถ์น้อยที่มีชื่อเดียวกันภายในมหาวิหาร, หอระฆังมิเกเลเต (Miguelete Tower) เป็นหอระฆังอันเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิหารวาเลนเซีย สร้างขึ้นระหว่างปี 1381 ถึง 1424, โบสถ์ซานตาคาตาลินา (The Church of Santa Catalina) เป็นหนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง การก่อสร้างย้อนกลับไปถึงยุคการยึดคืนดินแดนจากชาวมุสลิม
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ ข้าวผัดสเปนหมึกดำ
พักที่: HOTEL MAR CAMARENA, VALENCIA หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่เมือง “โทเลโด้” (Toledo) (390 กม.) เมืองโตเลโดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 1986 เป็นเมืองพิพิธภัณฑ์ที่โดดเด่นซึ่งมรดกอันล้ำค่าส่วนใหญ่มาจากชาวยิว มุสลิม และคริสเตียนที่อาศัยอยู่ที่นั่น ทำงานและปฏิบัติตามศาสนาของตนเคียงข้างกัน ประตูเมืองเก่าหลายแห่งเป็นเครื่องหมายแสดงเส้นทางของกำแพงเมือง แต่ประตู Puerta de la Bisagra ซึ่งนำไปสู่เมืองเก่าและมีตราประจำเมืองของจักรวรรดิ เป็นเพียงประตูเดียวที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมยุคกลางไว้ เป็นหนึ่งในประตูเมืองที่มีความสำคัญที่สุดของเมืองโตเลโด้ ประเทศสเปน ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของย่านเมืองเก่า ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10 สร้างด้วยหินที่แข็งแรงได้สัดส่วน โค้งเป็นรูปเกือกม้า และค่อยๆลดหลั่น ได้รูปสวยงาม ทุกๆ แห่งของเมืองโตเลโด้
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารนำท่านเข้าชมย่านเมืองเก่า จะได้ชื่นชมกับความแตกต่างของสถาปัตยกรรมแบบอารบิค, มูเดฆาร์, กอธิค และเรอเนสซองส์ ชม (ภายนอก) “มหาวิหารแห่งโทเลโด้” สไตล์โกธิกที่ถือว่ายิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งใช้เป็นที่ประทับขององค์สังฆราชแห่งสเปน ใช้เวลาก่อสร้าง 270 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “เมืองมาดริด” (Madrid) มาดริดเป็นเมืองหลวงของสเปน และเป็นที่ประทับของราชวงศ์สเปน รวมถึงเป็นที่ตั้งของรัฐบาลสเปน เป็นเมืองมหานครที่ทันสมัย เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของสเปน และด้วยประชากรเกือบ 3.5 ล้านคน จึงเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในสเปน
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: NH HOTEL MADRID, IMDIGO HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่เมือง “เซโกเบีย” (Segovia) (90 กม.) เมืองที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแมดริด ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกในปี 1985 โดยยูเนสโก เมืองเซโกเบียเป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ นำทุกท่านชม “สะพานส่งน้ำโรมัน” (Acueducto de Segovia) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 โดยไม่มีการใช้กาวหรือวัสดุเชื่อมหินแต่ละก้อนแต่อย่างใด จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมโดยชาวโรมันที่สำคัญที่สุดของสเปน และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย รางส่งน้ำประกอบขึ้นจากหินแกรนิตกว่า 25,000 ก้อน มีความยาว 818 เมตร มีโค้ง 170 โค้ง จุดที่สูงที่สุดสูงถึง 29 เมตร จุดเริ่มต้นของรางส่งน้ำนี้ เริ่มตั้งแต่นอกเมือง แล้วลำเลียงส่งน้ำเข้ามาในเมือง รางส่งน้ำแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซโกเบีย และเป็นไฮไลท์หลักของเมือง นำท่านชมเขตเมืองเก่าของเซโกเบียมีลักษณะเป็นซอกซอย เล็กๆ บางซอยถนนปูด้วยหินก้อนใหญ่ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในยุคโบราณ ในตัวเมืองมีโบสถ์ มีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ มีทั้งสถาปัตยกรรมแบบโรมัน ยิว คริสต์ นำท่านชม(ภายนอก) มหาวิหารซานตามาเรียแห่งเซโกเบีย (Catedral de Santa Mara) มหาวิหารแห่งนี้เป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคแห่งสุดท้ายที่สร้างขึ้นในสเปน (สร้างขึ้นในปี 1768) จากนั้นเดินทางสู่เมืองอาวิลา (vila) (66 กม.)
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ หมูหันสเปน ต้นตำหรับ(Suckling Pig of Segovia)
บ่าย หลังอาหารนำท่านชมเมือง อาวิลา (Avilla)(มรดกโลก) (87 กม.) เมืองโบราณอันเก่าแก่ ซึ่งตั้งอยู่ในแคว้นคาสตีลและเลออน ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบเจ็ดแคว้นปกครองตนเองของประเทศสเปน ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 11 เพื่อปกป้องดินแดนของสเปนจากชาวมัวร์ เมืองแห่งนี้ซึ่งได้รับสมญานามว่า “เมืองแห่งนักบุญและหิน” เป็นบ้านเกิดของนักบุญเทเรซา และเป็นสถานที่ฝังศพของโทร์เกมาดา มหาปุโรหิตแห่งศาลสืบสวนศรัทธา ได้คงไว้ซึ่งความเรียบง่ายแบบยุคกลาง ความบริสุทธิ์ของรูปแบบนี้ยังคงเห็นได้ในมหาวิหารสไตล์โกธิกและกำแพงป้อมปราการ ซึ่งมีหอคอยทรงครึ่งวงกลม 82 แห่งและประตู 9 แห่ง ถือว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สมบูรณ์ที่สุดในสเปน ชมกำแพงเมืองยุคกลางของเมืองอาวิลา สร้างขึ้นในช่วง ศตวรรษที่ 11 เพื่อป้องกันดินแดนสเปนจากพวกมัวร์ (Moors) ชมพลาซ่า เดอ ซานตา เทเรซา (La Plaza de Santa Teresa) โดยที่นี่จะเป็นที่ตั้งของรูปปั้นสีขาวบริสุทธิ์ของแม่ชีเทเรซ่า ซึ่งถือว่าเป็นผู้อุทิศตนและมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปศาสนาในเมืองนี้ จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ Las RozasVillage อิสระท่านช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำมากมาย อาทิ Armani, Burberry, Calvin Klein, Coach , Escada, FC Barcelona official store, Gucci, Guess, Hugo Boss, Kipling, L’OCCITANE, Levi’s, Lacoste, Loewe, Michael Kors, Nike, POLO, PUMA, Ray-Ban, Samsonite, Superdry, Swarovski, Swatch, TAGHEUER, Tommy Hilfiger, The North Face, Timberland, TUMI, Versace, Zwiliing, Zegna ฯลฯ
*** อาหารเย็นอิสระตามอัธยาศัย เพื่อสะดวกกับการช้อปปิ้ง ***
พักที่: NH HOTEL MADRID, IMDIGO HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่ “สนามฟุตบอลซานเตียโก้เบอร์นาบิล” (Estadio Santiago Bernabu) ของทีมราชันชุดขาว “รีลมาดริด” ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลที่มีชื่อเสียงระดับโลก ให้ท่านได้เลือกซื้อเลือกชมสินค้ามากมายอาทิเช่น ผ้าพันคอ, หมวก, เสื้อฟุตบอล, ลูกฟุตบอล, แก้วน้ำ, มาสคอตของทีม ฯลฯ ซึ่งเป็นสินค้าของแท้จากสโมสรรีลแมดริดไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นเดินทางสู่ “พลาซ่า เอสปันยา” (La Plaza de Espaa) จัตุรัสใจกลางกรุงมาดริดแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์น้ำพุอันน่าประทับใจของ “มิเกล เด เซร์บันเตส” (Monumento Cervantes) เพื่อเป็นการระลึกครบรอบ 300 ปีแห่งการเสียชีวิตของเซร์บันเตส อนุสาวรีย์นี้แสดงภาพดอน กิโฆเต้บนหลังม้า และข้างๆ เขาคือซานโช ปันซา ผู้เป็นสหายที่แยกจากกันไม่ได้ และด้านหลังเขาบนแท่นสูงคือมิเกล เด เซร์บันเตส ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของมาดริด จากนั้น ชม (ภายนอก) “พระราชวังหลวง (Royal Palace) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำแมนซานาเรส มีความสวยงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังอื่นๆในทวีปยุโรป พระราชวังหลวงแห่งนี้ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1738 ด้วยหินทั้งหลังในสไตล์บาร็อคโดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศสและอิตาเลียน ชม “จัตุรัสพลาซา เด โอเรียนเต” (Plaza de Orient) ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์พระเจ้าฟิลิปที่ 4 หนึ่งในกลุ่มสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดในมาดริด ด้วยการผสานรวมอย่างลงตัวกับพระราชวังและโรงละครหลวง สวนที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ประติมากรรม ด้วยรูปปั้นของพระมหากษัตริย์สเปนต่างๆ จำนวน 20 พระองค์ที่เรียงรายอยู่โดยรอบ
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารนำท่านชม “จัตุรัสพลาซา มายอร์” ศูนย์กลางทางสังคมของเมืองมาตั้งแต่สร้างเสร็จในปี 1619 ตลาดขายผลผลิตกลางแจ้งในยุคกลาง อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่มีการสร้างอาคารหลังแรกในปี 1580 ที่นี่ก็เคยใช้จัดงานแข่งวัวกระทิง งานแห่ศพ และพิธีการของราชวงศ์ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ที่นี่ถูกไฟไหม้หลายครั้งจนอาคารที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่มีอายุเก่าแก่กว่าปี 1790 จัตุรัสล้อมรอบด้วยอาคารที่มีซุ้มโค้งอันงดงาม มีอนุสาวรีย์พระเจ้าฟิลิปที่ 3 ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางจัตุรัส จากนั้นเข้าสู่ย่าน “ปูเอต้าเดลซอล” (Puerta del Sol) หรือประตูพระอาทิตย์ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและพลุกพล่านซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกรุงมาดริด โดยเป็นที่ที่ถนนเก่าแก่และพลุกพล่านที่สุดของเมืองมาบรรจบกันจัตุรัสใจกลางเมืองเดินชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบสเปน ถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์หมีกับต้นมาโดรนาอันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
17.00 เดินทางสู่สนามบินมาดริด มีเวลาให้ท่านทำคืนภาษี (Tax Refund)
21.45 ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินไอบีโร เจท เที่ยวบินที่ E9 845 (บินตรง)
15.40 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา